
มารยาทรถสาธารณะ
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าข่าวคราวของรถเมล์สาธารณะหลายสายหลายเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นรถเมล์สาย 8 ที่เบียดรถยนต์นั่งจนกระทั่งล้อด้านหลังลอยขึ้นจากพื้นทั้งสองคันบริเวณสวนจตุจักร หรือจะเป็นรถเมล์สาย 38 พุ่งชนป้อมตำรวจบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง และอีกหลายเหตุการณ์ลักษณะต่างๆ
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าข่าวคราวของรถเมล์สาธารณะหลายสายหลายเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นรถเมล์สาย 8 ที่เบียดรถยนต์นั่งจนกระทั่งล้อด้านหลังลอยขึ้นจากพื้นทั้งสองคันบริเวณสวนจตุจักร หรือจะเป็นรถเมล์สาย 38 พุ่งชนป้อมตำรวจบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง และอีกหลายเหตุการณ์ลักษณะต่างๆ
ไม่ว่าเหตุผลใดก็ตาม ด้วยความคึกคะนองหรือความประมาทของพนักงานขับรถ ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นแน่นอนว่าไม่ใช่ครั้งแรก แต่เป็นเหตุการณ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เชื่อขนมกินได้เลยว่า เราๆ ท่านๆ ที่เป็นผู้ใช้รถใช้ถนนไม่มากก็น้อยจะต้องพบเห็นพฤติกรรมและมารยาทการขับขี่ (ที่มีความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ) ของรถสาธารณะ ซึ่งในที่นี้หมายรวมถึงรถเมล์ ขสมก. รถเมล์ร่วมบริการ รถเมล์ปรับอากาศ รถแท็กซี่ รถสามล้อ รถตู้ รถจักรยานยนต์รับจ้างเหล่านี้กันอยู่เนืองๆ
หลายครั้งที่ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ โดยเฉพาะรถร่วมบริการจะเกิดความสงสัยว่า อาชีพพนักงานขับรถสาธารณะ (คนขับรถเมล์)ซึ่งเป็นอาชีพที่ต้องรับผิดชอบชีวิตของผู้โดยสารไม่รู้เท่าไรที่ต้องใช้บริการนั้น สามารถเข้าสู่วิชาชีพนี้ได้ง่ายนักหรือ!?!
ตัวอย่างง่ายๆ ให้เห็นภาพคือ รถเมล์ขับช่องทางด้านขวา ปาดหน้าแซงที่คอสะพาน ขับขี่ด้วยความเร็วเกินกำหนด จอดไม่ตรงป้าย ความสุภาพในการให้บริการ ฯลฯ เสมือนว่าขั้นตอนการอบรมหรือการออกใบอนุญาตขับขี่รถสาธารณะจะขาดความเข้มงวดไปหรือเปล่า
ถึงเวลานี้สถานการณ์ความไม่ปลอดภัยดังกล่าวเริ่มกลับมาเห็นทีคงจะต้องพึ่ง “ฮีโร่” เหมือนในหนังการ์ตูนยอดมนุษย์ ซึ่งงานนี้ท่านรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ คงจะต้องออกโรงทำอะไรกันบ้าง เห็นเคยไปสัมผัสกับการนั่งรถสาธารณะเหล่านี้มาแล้วก็น่าจะรู้ปัญหาดี และอย่าให้เข้าใจว่านั่นเป็นเพียงการสร้างภาพ
เพราะอาชีพนี้ต้องรับผิดชอบชีวิตผู้โดยสารและต่อสังคม คงจะต้องเริ่มตั้งแต่การปลูกฝังก่อนการประกอบวิชาชีพพร้อมจะต้องเพิ่มความเข้มข้นขึ้น รวมถึงการตอกย้ำอย่างต่อเนื่อง
คงไม่มีใครอยากให้เหตุการณ์ที่เป็นปัญหาจากรถสาธารณะเกิดกับเราหรือคนใกล้ชิดเราหรอกจริงไหม ... ฉะนั้นแก้ที่ “ต้นเหตุ” คงจะดีกว่า “ปลายเหตุ” เป็นแน่แท้







