
ตำรวจประสานสิบทิศปราบอาชญากรรม
การรวมตัวของ 10 ชาติสมาชิกอาเซียนที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)
โดย...พีรดา ปราศรีวงค์
การรวมตัวของ 10 ชาติสมาชิกอาเซียนที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปลายปีหน้า จะช่วยขับเคลื่อนการค้า การลงทุน การท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ให้คล่องตัวมากขึ้น อีกทั้งยังเพิ่มอำนาจต่อรองกับประเทศอื่นนอกกลุ่ม
แต่ขณะเดียวกัน การรวมตัวดังกล่าวก็ยังมีโจทย์ใหญ่ให้กับฝ่ายความมั่นคง ที่จะต้องเร่งวางแผนเพื่อรับมือกับอาชญากรรมในรูปแบบต่างๆ มากขึ้น โดยเฉพาะอาชญากรรมข้ามชาติ ที่นับวันจะทวีความรุนแรง และส่งผลกระทบในวงกว้างต่อเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ของประเทศ
พล.ต.ต.รอย อิงคไพโรจน์ รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ฉายภาพว่า ตำรวจสอบสวนกลางได้วางแผนกลยุทธ์เพื่อป้องกันปราบปรามการก่ออาชญากรรมข้ามชาติให้มีมาตรฐานระดับสากล รองรับการเดินทางของคนในภูมิภาคอาเซียน และคนจากนอกกลุ่ม ที่จะสามารถเดินทางระหว่างประเทศในกลุ่มอาเซียนได้สะดวกมากขึ้น แต่ขณะเดียวกัน ก็จะเป็นช่องทางการก่ออาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งคนร้ายจะแฝงตัวมาในคราบนักท่องเที่ยว
บช.ก.เตรียมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานตำรวจอาเซียน และศูนย์ข้อมูลอาชญากรรมข้ามชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เชื่อมโยงข้อมูลด้านการก่ออาชญากรรม วางระบบการทำงานขึ้นตรงต่อ บช.ก. โดยจำแนกอาชญากรรมข้ามชาติ เช่น การลักลอบค้ายาเสพติด การลักลอบนำคนเข้าเมือง การลักลอบค้าอาวุธ องค์กรอาชญากรรม และก่อการร้าย
การโจรกรรมและลักลอบค้ายานพาหนะ เซ็กซ์ทัวร์ เป็นต้น ที่สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย เป็นแหล่งซ่องสุมการก่ออาชญากรรมได้ หากไม่มีแผนการป้องกันปราบปรามที่ชัดเจน
สำหรับแนวทางการพัฒนาบุคลากรให้มีความพร้อมปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาตินั้น จะประสานความร่วมมือกับประเทศที่มีศักยภาพการป้องกันและปราบปราม อย่างเช่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และจีน โดยเชิญวิทยากรจากต่างประเทศแลกเปลี่ยนข้อมูลความคิดเห็นร่วมกัน พร้อมฝึกอบรมทักษะความรู้ให้กับตำรวจไทยในสังกัด บช.ก. ให้มีความรู้ความสามารถในเรื่องดังกล่าว
“ปัจจุบันรูปแบบการก่ออาชญากรรมข้ามชาติมีรูปแบบที่ซับซ้อน เช่น ผู้ร้ายนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาดำเนินการ ทำให้ติดตามคนร้ายได้ยาก รวมถึงการดำเนินการมีกระบวนการเชื่อมโยงกันหลายชาติ”
ปัจจุบัน ประเทศไทยเป็นเป้าหมายหนึ่งที่อาชญากรพุ่งเป้าแฝงตัวมาในคราบของนักท่องเที่ยว เช่น แก๊งจากฝั่งยุโรป ที่ใช้ไทยเป็นฐานสำคัญในการฟอกเงินโดยใช้ธุรกิจท่องเที่ยวบังหน้า และทำธุรกิจค้าอาวุธข้ามชาติด้วย
นอกจากนี้ ประเทศไทยจำเป็นต้องประสานความร่วมมือกับฝ่ายความมั่นคงในแต่ละประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลอาชญากรหรือผู้ร้ายร่วมกัน เพื่อให้ติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งขณะนี้ บช.ก.อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลด้านอาชญากรรมในกลุ่มอาเซียน เพื่อจัดลำดับการป้องกันปราบปรามและแนวโน้มการก่อเหตุของแต่ละประเทศ นำมาปรับแผนรับมือต่อไป
พล.ต.ต.รอย กล่าวว่า การเปิดเสรีอาเซียนที่จะเกิดขึ้น รัฐบาลควรมีมาตรการป้องกันด้านความมั่นคงที่รัดกุม เพื่อป้องกันกลุ่มอาชญากรแฝงตัวเดินทางมาก่ออาชญากรรมข้ามชาติในประเทศไทย อาจนำระบบ แอดวานซ์ โปรเซสซิ่ง แมสเซนเจอร์ ซึ่งเป็นระบบการตรวจสอบประวัตินักท่องเที่ยวผ่านทางสายการบินของสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นอีกมาตรการตรวจสอบที่ช่วยคัดกรองการตรวจคนเข้าเมืองที่มีประสิทธิภาพอีกช่องทางหนึ่ง
จากนี้คงต้องจับตากันต่อไปว่า มาตรการเหล่านี้จะช่วยให้เมืองไทยสามารถปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติได้ดีเพียงใด







