
รายย่อยวอนช่วยหมื่นราย
เน้นขอสินเชื่อดอกเบี้ยอัตราพิเศษสสว.พาณิชย์เร่งหาตลาดใหม่
เน้นขอสินเชื่อดอกเบี้ยอัตราพิเศษสสว.พาณิชย์เร่งหาตลาดใหม่
สสว.เผยเอสเอ็มอีกว่าหมื่นราย กระทบพิษการเมือง แจ้งขอรับความช่วยเหลือ เน้นด้านการเงิน
นายปฏิมา จีระแพทย์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า หลังจาก สสว.ได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสถาบันการเงิน เปิดคลินิกเอสเอ็มอี เพื่อเป็นศูนย์ประสานงานและรับขึ้นทะเบียนเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากการเมืองตั้งแต่วันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา มีเอสเอ็มอีขอรับความช่วยเหลือแล้วมากกว่าหมื่นราย โดยสิ่งที่ต้องการให้ช่วยเหลือมากสุดคือ เรื่องการเงิน รองมาด้านการตลาด และเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการธุรกิจ
ขณะที่การให้ความช่วยเหลือด้านการเงินนั้น ผู้ประกอบการต้องการขอวงเงินสินเชื่อเพิ่มในอัตราดอกเบี้ยพิเศษมากที่สุด รองลงมาคือขอพักชำระเงินต้นและขยายเวลาชำระหนี้ โดย สสว.จะนำส่งข้อมูลให้สถาบันการเงินหาแนวทางช่วยเหลือต่อไป
ขณะเดียวกัน สสว.ได้ร่วมมือกับสถาบันการเงินออกมาตรการให้ความช่วยเหลือทางการเงิน เพื่อร่วมกันบรรเทาผลกระทบและลดภาระหนี้ให้กับผู้ประกอบการ ได้แก่ 1.การพักชำระเงินต้นเวลา 6-12 เดือน 2.การขยายเวลาชำระหนี้ 3-12 เดือน และ 3.การให้สินเชื่อเพิ่มอัตราดอกเบี้ยพิเศษ โดยร่วมมือกับ 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)
นอกจากนี้ จะช่วยผู้ประกอบการขยายตลาดในประเทศและต่างประเทศ โดยในประเทศจะจัดพื้นที่จำหน่ายสินค้าให้ผู้ประกอบการในย่านกลางเมือง จัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจระหว่างไทยและคู่ค้าต่างประเทศ ส่วนตลาดต่างประเทศจะนำผู้ประกอบการไปร่วมงานแสดงสินค้า ทั้งนี้ เอสเอ็มอีขอรับความช่วยเหลือได้ที่ www.sme.go.th และหมายเลข 1301
นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงได้ประสานกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยสำรวจความเห็นของกลุ่มบริษัทสมาชิก พบว่า ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบชัดเจนจากสถานการณ์การเมือง ได้แก่ ภาคบริการด้านท่องเที่ยวและธุรกิจต่อเนื่อง เช่น โรงแรม สปา รถเช่า สถานพยาบาล การจัดงานแสดงสินค้า และภาคการค้า
สำหรับแนวทางการช่วยเหลือของกระทรวงจะเน้นพัฒนาให้ผู้ประกอบการเข้มแข็งเพิ่มขึ้น โดยมีโครงการยกระดับความพร้อมของเอสเอ็มอีจำนวนมาก ทั้งสร้างผู้ประกอบการรายใหม่ การพัฒนาธุรกิจสู่เกณฑ์มาตรฐานคุณภาพ ทั้งธุรกิจค้าส่ง ค้าปลีก โลจิสติกส์ สุขภาพ แฟรนไชส์ มุ่งพัฒนานวัตกรรมใหม่ และให้นำระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มาใช้







