
ทีวีดิจิตอลบูมเอสเอ็มอีธุรกิจใหม่จ้องดูรายการราย
การเอสเอ็มอีบูม รับทีวีดิจิตอล ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่อยากทำธุรกิจ
การเอสเอ็มอีบูม รับทีวีดิจิตอล ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่อยากทำธุรกิจ
นายทรงศักดิ์ เปรมสุข กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ วอยซ์ ทีวี เปิดเผยว่า การเกิดขึ้นของทีวีดิจิตอล ประเภทธุรกิจ ทั้ง 24 ช่อง จะเป็นโอกาสใหม่ของผู้ผลิตรายการ โดยเฉพาะรายการที่เน้นเรื่องเศรษฐกิจและเอสเอ็มอี เนื่องจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ให้ความสนใจที่จะรับชมรายการประเภทนี้มากขึ้น เพราะต้องการประกอบธุรกิจของตัวเอง
ทั้งนี้ วอยซ์ ทีวี ได้สำรวจกลุ่มตัวอย่าง 1,600 คน ช่วงอายุ 1835 ปี เกี่ยวกับรายการโทรทัศน์ที่ต้องการรับชมมากที่สุด พบข้อมูลที่น่าสนใจว่า กลุ่มคนรุ่นใหม่ต้องการรับชมรายการที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจและเอสเอ็มอีสูงถึง 31% จากก่อนหน้านี้ที่รายการประเภทนี้ไม่เคยได้รับความนิยมมากนัก รวมทั้งรายการเกี่ยวกับเทคโนโลยี 34% และรายการสารคดี 50% แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไป
“ผลสำรวจดังกล่าวทำให้ผู้ผลิตรายการต้องทำการบ้านมากขึ้นว่าจะทำยังไงให้ตอบโจทย์คนดูมากที่สุด เพราะแม้จะเป็นโอกาสทองของผู้ผลิต แต่คุณภาพของเนื้อหาและรายการที่นำเสนอก็จะเป็นตัวชี้วัดเช่นกันว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่” นายทรงศักดิ์กล่าว
นายฉัตรชัย ตะวันธรงค์ เจ้าหน้าที่บริหาร สายงานปฏิบัติการ บริษัท ทริปเปิลวี บรอดคาสต์ เจ้าของไทยรัฐ ทีวี กล่าวว่า ไทยรัฐทีวีพร้อมปรับผังตลอดเวลาเพื่อตอบโจทย์ในสิ่งที่ผู้ชมต้องการ และดึงให้กลุ่มคนดูยังคงดูโทรทัศน์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนแปลงเร็ว และจะเลือกรับชมเฉพาะรายการที่ตัวเองสนใจ ดังนั้น จึงต้องผลิตรายการที่จะดึงดูดกลุ่มผู้ชมให้ได้มากที่สุด
นอกจากนี้ ด้วยเทคโนโลยีที่เติบโตขึ้นทำให้การรับชมโทรทัศน์มีหลายช่องทาง ทั้งจากสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ และแท็ปเล็ต ส่งผลให้ช่วงเวลาไพร์มไทม์ไม่ได้วัดกันที่เรตติ้งคนดูโทรทัศน์ที่บ้านแบบที่ผ่านมา แต่หลังจากนี้จะวัดกันที่คุณภาพรายการที่นำเสนอ ซึ่งการนำเสนอรายการที่คนดูต้องการนั้น จึงจะเรียกว่าเป็นการเปลี่ยนผ่านจะอะนาล็อกสู่ดิจิตอลที่แท้จริง
นายสุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการ ช่อง 3 กล่าวว่า ทีวีดิจิตอลทั้ง 24 ช่องจะเป็นโอกาสให้เอสเอ็มอีมีพื้นที่โฆษณามากขึ้น เพราะปัจจุบันเอสเอ็มอีต้องการโฆษณาผ่านฟรีทีวีช่องหลักอย่างช่อง 3 และช่อง 7 มีเม็ดเงินไม่เพียงพอ เนื่องจากเวลาโฆษณาของช่องอยู่ที่ 1012 นาทีต่อ 1 ชั่วโมง ซึ่งเป็นพื้นที่ของบริษัทใหญ่ๆที่มีกำลังซื้อสูงเท่านั้น เนื่องจากราคาค่าโฆษณาต่อนาทีค่อนข้างแพง
อย่างไรก็ตาม โจทย์ของทีวีดิจิตอลทั้ง 24 ช่อง คือ การให้ความสำคัญเรื่องเนื้อหารายการที่ตรงกับกลุ่มคนดูมากขึ้น เพื่อสามารถเพิ่มฐานผู้ชมให้มากขึ้น เพราะหากรายการไม่ตอบโจทย์ก็จะไม่สามารถดึงคนดูไปจากช่อง 3 และ ช่อง 7 ที่เน้นความบันเทิงและละครเป็นหลักได้







