
Outdoor Lighting สร้างแสงสว่างให้สวน (ตอนจบ)
ฉบับที่แล้วพูดถึงประเภทของไฟในสวนชนิดต่างๆ ทั้งไฟที่ใช้ในทางสัญจร (Pathway) ไฟส่องต้นไม้ ไฟใต้น้ำ และโคมไฟตกแต่งอื่นๆ ฉบับนี้มาดูกันว่าจะมี Tips ในการเลือกและใช้ไฟกันอย่างไรบ้าง
ฉบับที่แล้วพูดถึงประเภทของไฟในสวนชนิดต่างๆ ทั้งไฟที่ใช้ในทางสัญจร (Pathway) ไฟส่องต้นไม้ ไฟใต้น้ำ และโคมไฟตกแต่งอื่นๆ ฉบับนี้มาดูกันว่าจะมี Tips ในการเลือกและใช้ไฟกันอย่างไรบ้าง
Tips การเลือกรูปแบบโคมไฟขึ้นอยู่กับการใช้งานเป็นหลัก เพื่อจะได้ใช้ประโยชน์จากไฟนั้นอย่างคุ้มค่า โดยมีให้เลือกใช้ตามความเหมาะสม ดังนี้
โคมไฟเตี้ย สำหรับที่ที่มีความกว้างน้อยกว่า 5 เมตร ควรใช้ไฟเตี้ยที่มีความสูง 1 เมตร หรือต่ำกว่า ระยะห่างกัน 5-6 เมตร
โคมไฟเสาสูง ความสูง 2.504 เมตร ใช้ติดตั้งริมทางเดิน หรือถนนที่มีความกว้าง 3-10 เมตร ระยะที่เหมาะสมคือ 6-12 เมตร ขึ้นอยู่กับความสูงของเสาไฟ ยิ่งสูงมากก็ยิ่งกระจายแสงได้ดี
โคมไฟฝังพื้น ขนาดหน้าโคม 4-30 ซม. โคมไฟฝังพื้นขนาดเล็กใช้ติดบนพื้นทางเดินและระเบียงภายนอก ส่วนขนาดกลางและขนาดใหญ่เหมาะสำหรับให้แสงแก่ผนังอาคารภายนอก ควรระวังเรื่องการป้องกันน้ำและการระบายน้ำจากตัวโคม
ไฟที่เป็นเส้นยาว สำหรับใช้งานภายนอก มักใช้ไฟแอลอีดีแบบเส้นติดตั้งตามลูกนอนของบันได หรือใต้ม้านั่งยาวในสวน
ไฟฝังผนัง ต้องมีอุปกรณ์ที่เรียกว่า Block Out ฝังไปกับโครงสร้างผนัง โดยก่อโครงสร้างขึ้นมาก่อน แล้วกำหนดจุดเดินสายไฟมายังตำแหน่งที่ติดตั้งโคม จากนั้นจึงฉาบและทาสีผนังก่อนติดตั้งโคมเป็นลำดับสุดท้าย
ไฟติดผนังหรือไฟกิ่ง นอกจากหน้าตาของตัวโคมแล้ว ถ้าจะติดตั้งให้เรียบร้อยสวยงามควรคำนึงถึงการเดินสายไฟ หากสามารถสกัดผนังเพื่อเก็บท่อร้อยสายไฟได้ ก็จะช่วยให้บ้านดูสวยงามเรียบร้อยขึ้น
โคมไฟส่องต้นไม้ ถือเป็นโคมไฟพื้นฐานของการออกแบบในสวน แบ่งตามลักษณะการใช้งาน ได้ 2 ประเภท คือ แบบส่องขึ้น (Uplight) ชนิดปักดินมักใช้กับต้นไม้ที่มีทรงพุ่มแผ่กว้าง และชนิดที่ยึดกับลำต้นมักใช้กับต้นไม้ที่มีลำต้นสูงชะลูด แบบส่องลง (Downlight) ส่วนใหญ่จะผูกติดไว้กับลำต้นหรือกิ่งที่แข็งแรง เพื่อให้แสงสว่างแก่พื้นที่สวนด้านล่าง ให้แสงสว่างที่เรียกว่า “มูนไลต์เอฟเฟกต์” ดูเป็นธรรมชาติ มีลักษณะการส่องแสงลงมาเหมือนแสงจากดวงจันทร์
โคมไฟฉาย ให้แสงสว่างแบบวงกว้างในบริเวณสนาม ลานกว้าง หรือพื้นผิวขนาดใหญ่ โดยติดตั้งบนที่สูงเพื่อให้กระจายแสงได้ เป็นโคมไฟที่ให้แสงสว่างมากกว่าโคมประเภทอื่น จึงควรระวังเรื่องระยะและมุมมองในการติดตั้งเพราะอาจจะแยงตาผู้ใช้งานบางจุดได้
โคมไฟใต้น้ำ ตัวโคมออกแบบมาเพื่อให้สามารถแช่น้ำโดยไม่มีปัญหาน้ำรั่วซึมเข้าไปในอุปกรณ์ โคมไฟใต้น้ำส่วนใหญ่จะต้องเป็น Low Voltage ตัวโคมต้องต่อกับหม้อแปลงไฟ เพื่อแปลงกระแสไฟฟ้าเป็นแรงดันต่ำ 12 โวลต์ หรือ 24 โวลต์เสียก่อน







