posttoday
พีน่าเฮาส์ ปักธงสวนท่องเที่ยวปรับตัวลกกลุ่มเสื้อผ้า

พีน่าเฮาส์ ปักธงสวนท่องเที่ยวปรับตัวลกกลุ่มเสื้อผ้า

11 มีนาคม 2557

โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

“พีน่าเฮาส์” หากเอ่ยชื่อนี้หลายคนจะรู้จักเป็นอย่างดี กับผู้ประกอบการเสื้อผ้าแบรนด์ไทย พีน่าเฮ้าส์ เท็นแอนด์โค แต่ยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป เสื้อผ้านำเข้าแบรนด์ดังจากยุโรป อเมริกา เข้ามาตีตลาดไทยกระทั่งการแข่งขันทวีความรุนแรง การบริหารธุรกิจ 5 ปีที่ผ่านมา พีน่าเฮาส์ปรับตัวครั้งใหญ่ ลดขนาดธุรกิจเสื้อผ้าและก้าวสู่ธุรกิจสวนท่องเที่ยวเต็มตัว

ภมร ตันติจิรสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีน่า พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลล็อปเม้นท์ ผู้ดำเนินธุรกิจสวนท่องเที่ยวซานโตรินี เปิดเผยว่า ก้าวใหม่ของพีน่าเฮาส์จากนี้ไป จะมุ่งขยายสวนท่องเที่ยวเป็นธุรกิจดาวรุ่ง โดยนำประสบการณ์การเปิดธุรกิจเอาต์เลตในแหล่งท่องเที่ยวมาร่วม 7 ปี ภายใต้แบรนด์พรีเมียม เอาต์เลต มีทั้งหมด 8 จังหวัด อาทิ จ.ภูเก็ต ชะอำ และเขาใหญ่ ทำให้เข้าใจถึงไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวของคนไทย

เมื่อ 23 ปีที่ผ่านมา พีน่าเฮาส์ เริ่มโดดเข้าสู่ธุรกิจสวนท่องเที่ยวภายใต้ซานโตรินี ที่ชะอำขึ้นเป็นครั้งแรก วางตำแหน่งเป็นสวนท่องเที่ยว ตกแต่งสไตล์โมร็อกโกจากกรีซ มีเครื่องเล่นและแหล่งช็อปปิ้ง ปรากฏว่าได้รับการตอบรับที่ดีกลายเป็นจุดมุ่งหมายของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาหัวหินและภาคใต้ ในปีแรกมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชม 1.2 ล้านคน ถือว่าเรามาถูกทางกับธุรกิจสวนท่องเที่ยว

จากนั้นบริษัทได้ต่อยอดด้วยการเปิดตัวสวนน้ำ ซานโตรินี วอเตอร์ แฟนตาซี เพราะเล็งเห็นว่ายังมีช่องว่างให้ทำตลาดอีกมาก พฤติกรรมนักท่องเที่ยวจะมาเที่ยวแค่ 2-3 ชั่วโมงเท่านั้น จะไม่ใช้เวลาอยู่นาน ล่าสุดได้ทุ่มงบ 300 ล้านบาท ผุดสวนนักท่องเที่ยวคาเมล รีพับบลิค บนพื้นที่ 35 ไร่ มีความแตกต่างกับซานโตรินี ผสมผสานระหว่างสวนสัตว์ สวนสนุก สัดส่วน 40% สถาปัตยกรรมสไตล์โมร็อกโก 40% และร้านอาหาร 20%

“คอนเซปต์ธุรกิจสวนท่องเที่ยว เน้นตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยว ผสมผสานทั้งช็อปปิ้งรับประทานอาหาร สวนสนุก สถาปัตยกรรมสวยงามให้ลูกค้าถ่ายรูป เรียกว่าเรามีแหล่งท่องเที่ยว 4 แห่งในชะอำ เป็นจุดมุ่งหมายสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องมา ทั้งเอาต์เลต ซานโตรินีวอเตอร์ พาร์ค และคาเมล รีพับบลิค ปีแรกตั้งเป้ามีนักท่องเที่ยว 9 แสนราย”

ภมร กล่าวว่า แผน 3 ปีข้างหน้านี้ บริษัทกำลังพิจารณาสร้างสวนท่องเที่ยวในจังหวัดที่มีเอาต์เลตของเรา อาทิ เขาใหญ่ พัทยา และภูเก็ต ซึ่งอย่างน้อยต้องใช้พื้นที่ 40 ไร่ โดยบริษัทมีที่ดินอยู่แล้ว ในอนาคตสวนท่องเที่ยวจะเป็นธุรกิจเรือธงที่สร้างรายได้ ยอมรับว่าเป็นธุรกิจที่มีความท้าทายที่ต้องจับไลฟ์สไตล์ให้ตรงกับความต้องการของนักท่องเที่ยวในแต่ละแห่ง

ในส่วนธุรกิจเสื้อผ้าที่ทำมาร่วม 37 ปี จากก่อนหน้านี้ดำเนินธุรกิจรับจ้างผลิตเสื้อผ้า และเริ่มผลิตแบรนด์เสื้อผ้าของตนเอง กระทั่งมีทั้งหมด 8 แบรนด์ และไลเซนส์อีก 12 แบรนด์ แต่เมื่อ 5 ปีได้ลดขนาดธุรกิจลง จำนวนสาขาที่มีอยู่ 400 สาขา ปัจจุบันลดเกือบ 100 สาขา และคาดว่าอนาคตจะเหลือกว่า 200 สาขา ซึ่งบริษัทจะเน้นเปิดสาขาที่มีศักยภาพ และเอาต์เลตปีนี้จะเปิดเพิ่มอีก 2 แห่ง ที่พัทยาและเชียงใหม่

นอกจากนี้ กลุ่มธุรกิจเสื้อผ้า บริษัทได้ปรับตัวมุ่งเจาะกลุ่มลูกค้าระดับแมส จากเดิมทำตลาดเหวี่ยงแห มองว่าพื้นที่สำหรับแบรนด์ท้องถิ่นยังมีช่องว่างในตลาดต่างจังหวัด บริษัทได้เปรียบด้านราคาและแบรนด์ที่คุ้นเคย เมื่อเทียบกับ H&M หรือยูนิโคล่ ส่วนโรงงานที่มีอยู่ปัจจุบันไม่ค่อยผลิตเสื้อผ้าแล้ว เปลี่ยนเป็นให้บริษัทอื่นเป็นผู้ผลิตแทน

ปัจจุบันครอบครัว “ตันติจิรสกุล” กำลังแตกธุรกิจอีกมากมาย ทั้งร้านอาหาร โรงแรม และสกินแคร์ luce จัดว่าเป็นผู้ประกอบการไทยที่ปรับตัวได้เร็ว หลังจากเมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา พีน่าเฮาส์ มีแบรนด์เสื้อผ้ายอดฮิตมากมาย และใช้ประสบการณ์ฝังตัวเปิดเอาต์เลตตามแหล่งท่องเที่ยว กระทั่งสามารถแจ้งเกิดธุรกิจสวนท่องเที่ยวได้อย่างเต็มตัว

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69