
แอสเซทพลัสแนะล็อคผลตอบแทน3เดือน
บลจ.แอสเซท พลัส แนะลงทุนกองทุน ASP-ACFIXED8 ล็อคผลตอบแทน 2.70% ต่อปีก่อนผลประชุมกนง. 12 มี.ค.นี้
บลจ.แอสเซท พลัส แนะลงทุนกองทุน ASP-ACFIXED8 ล็อคผลตอบแทน 2.70% ต่อปีก่อนผลประชุมกนง. 12 มี.ค.นี้
นายรัชต์ โสดสถิตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แอสเซท พลัส เปิดเผยว่า บริษัทยังให้น้ำหนักสถานการณ์ทางเมืองไทยเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง รวมถึงผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 12 มี.ค.นี้ โดยประเมินว่า หากกนง.มีมติพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% เป็น 2% จะทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้นปรับตัวลง ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวมีโอกาสปรับตัวลดลงน้อยกว่าพันธบัตรระยะสั้น เนื่องจากได้ปรับตัวลดลงไปก่อนหน้านี้แล้ว
“การเคลื่อนไหวของเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลในเดือนก.พ.ที่ผ่านมาปรับลดลงตลอดทั้งเส้นโดยเฉพาะในตราสารระยะยาว ซึ่งตอบรับกับการคาดการณ์ว่าในการประชุมของกนง.ครั้งนี้จะมีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ทำให้มีแรงซื้อจากนักลงทุนสถาบันมากขึ้น ขณะที่ปริมาณการออกใหม่ของพันธบัตรมีอยู่จำกัด” นายรัชต์ กล่าว
สำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น บริษัทแนะนำล็อคผลตอบแทนก่อน กนง.มีมติการประชุมในรอบนี้ โดยในวันที่ 12 มี.ค.นี้ บริษัทจะเปิดขายและรับซื้อคืนรอบใหม่กองทุนเปิด แอสเซทพลัสแอ็คทีฟตราสารหนี้ 8 (ASP-ACFIXED8) รอบการลงทุน 3 เดือน โดยรอบนี้คาดว่าจะลงทุนในตั๋วเงินคลัง พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ตั๋วสัญญาใช้เงินบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย (SMC) ตั๋วแลกเงิน เงินฝาก ธนาคารทิสโก้ (TISCO) ตั๋วแลกเงินบริษัท เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง (ASK) ตั๋วแลกเงิน บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง (THANI) ตั๋วแลกเงิน บริษัท แสนสิริ (SIRI) โดยคาดว่าสามารถให้ผลตอบแทนหลังหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายได้อยู่ที่ 2.70% ต่อปี
นอกจากนี้ บริษัทยังมีกองทุนเปิดแอสเซทพลัสตราสารหนี้ (ASP) มีนโยบายลงทุนในตราสารระยะสั้นโดยเป็นกองทุนสภาพสภาพคล่องที่เปิดซื้อขายหน่วยลงทุนทุกวันทำการ ที่มีกลยุทธ์การบริหารแบบมีกองทุนรวมตลาดเงิน (มันนี่ มาร์เก็ต) เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับการพักเงินลงทุนของผู้ลงทุน







