
สารเคมีในน้ำหอม
“น้ำหอม” ถือเป็นหนึ่งในเครื่องสำอางที่หลายๆ คนขาดไม่ได้ ต้องนำมาปะพรมบนร่างกาย
“น้ำหอม” ถือเป็นหนึ่งในเครื่องสำอางที่หลายๆ คนขาดไม่ได้ ต้องนำมาปะพรมบนร่างกายก่อนจะออกไปดำเนินชีวิตประจำวัน วันไหนไม่ได้ใช้ความมั่นใจจะหายไปทันที ซึ่งน้ำหอมที่ขายกันอยู่ในปัจจุบันมีราคาแตกต่างกันไป มีราคาตั้งแต่ไม่ถึงร้อยจนถึงหลักพัน แล้วแต่ระดับและชนิดสินค้า
ถ้าเป็นแบรนด์เนม ขายกันตามห้างสรรพสินค้าชื้อดัง ราคาก็หลายร้อย บางยี่ห้อก็สูงทะลุเกินหลักพัน แต่ถ้าขายตามตลาดนัดทั่วไปมียี่ห้อบ้างไม่มียี่ห้อบ้าง จ่ายเงินไม่ถึงร้อยก็เป็นเจ้าของได้
น้ำหอม หรือ Perfume เกิดจากการรวมตัวกันของ “น้ำมัน” และ “แอลกอฮอล์” ผสมกลิ่น (หัวน้ำหอม) ซึ่งสกัดมาจากดอกไม้และพืชพรรณในธรรมชาติ หรือกลิ่นที่สังเคราะห์ขึ้นมาจากสารเคมี กลายเป็นสารละลายหอมระเหย ที่นำมาฉีดพ่นโดยตรงกับผิวกายหรือผสมในผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อสร้างกลิ่นหอมการที่น้ำหอมถูกสังเคราะห์จากสารเคมีต่างๆ บางกลิ่นบางยี่ห้อมีสารเคมีผสมอยู่หลายตัว ทำให้มีโอกาสที่ผู้ใช้บางคนจะเกิดอาการแพ้ มีข้อมูลว่า 1 ใน 3 คนที่ได้สัมผัสกลิ่นหอมนั้นก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ โดยเฉพาะโรคติดต่อเรื้อรังอย่าง “โรคภูมิแพ้” นอกจากนี้น้ำหอมหรือผลิตภัณฑ์ที่ให้กลิ่นหอมยังนำมาซึ่งโรคผิวหนังในร่มผ้า เช่น “กลากเกลื้อน” อีกด้วย เนื่องจากโมเลกุลในผลิตภัณฑ์ที่ให้กลิ่นหอม ไปกระตุ้นอาการระคายเคืองให้เกิดขึ้นกับผิวหนัง ก่อให้เกิดอาการคันเม็ดผื่นแดง ผิวแห้งลอก ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคผิวหนังดังกล่าว
หากจะสังเกตว่ามีอาการแพ้น้ำหอมหรือไม่ ดูได้จากอาการไอหรือจามเท่านั้น คันตามผิวหนัง บริเวณที่แต้มน้ำหอมว่ามีรอยด่างดำหรือผื่นแพ้ ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อถูกแสงแดด เพราะน้ำหอมจะดูด ซับรังสีอัลตร้าไวโอเลตจนเกิดรอยด่างดำลักษณะคล้ายฝ้า รวมทั้งอาการระคายเคืองตาและเยื่อบุจมูก จากการสูดดมกลิ่นน้ำหอม ฉะนั้นก่อนซื้อหรือใช้น้ำหอมควรแต้มที่ผิวหนังอย่างหลังมือ ข้อศอก แล้วทิ้งไว้สัก 2 ชั่วโมง แล้วดูว่าเกิดอาการแพ้หรือไม่
อยากรู้ข้อมูลดีๆ เรื่องผู้บริโภค ติดตามได้ที่นิตยสาร “ฉลาดซื้อ” www.ฉลาดซื้อ.com, www.facebook.com/chaladsue และโทร. 02-248-3737







