
ฟันธงกนง.ยังไม่ลดดอกเบี้ย
ผ่อนคลายการเงินไม่ช่วยกำลังซื้อเพิ่ม คาดรอการเมืองจบปลดล็อกศก.
ผ่อนคลายการเงินไม่ช่วยกำลังซื้อเพิ่ม คาดรอการเมืองจบปลดล็อกศก.
ทีเอ็มบี เชื่อการเมืองเริ่มผ่อนคลาย ส่งผลประชุม กนง. 12 มี.ค. ไม่ลดดอกเบี้ย
ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในวันที่ 12 มี.ค.นี้ จะไม่มีการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย พร้อมทั้งคาดว่า กนง.จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 2.25% เกือบตลอดทั้งปี 2557 นี้ เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองเริ่มผ่อนคลายมากขึ้น ขณะที่อัตราดังกล่าวถือว่าเป็นระดับผ่อนคลายเพียงพอที่จะช่วยหนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจในปีนี้แล้ว
ศูนย์วิเคราะห์ฯ ทีเอ็มบี เชื่อว่าสถานการณ์ขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นต้องผ่อนปรนนโยบายการเงินเพิ่มเติม เพราะแม้ว่าภาพรวมทางเศรษฐกิจอาจแผ่วลง แต่ก็ไม่ถึงขั้นอ่อนแอ โดยทางศูนย์มีความเห็นสอดคล้องกับรายงานประชุม กนง.ครั้งก่อนว่า ความไม่แน่นอนทางการเมืองที่กำลังส่งผลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจนั้น เป็นเพียงปัจจัยเสี่ยงระยะสั้น ซึ่งพื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังสามารถรองรับได้
ทั้งนี้ แม้ตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุดนับตั้งแต่ประชุม กนง. เมื่อวันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา จะบ่งชี้ถึงภาวะชะลอตัวของอุปสงค์ในประเทศทั้งด้านการบริโภคและการลงทุน ทว่า หากวิเคราะห์รายละเอียดจะพบว่า ส่วนหนึ่งถูกกระทบมาจากยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและรถยนต์นั่งเชิงพาณิชย์ที่ลดลงมาก หลังนโยบายรถคันแรกสิ้นสุดลง ซึ่งอาจบิดเบือนภาพการชะลอตัวของการใช้จ่ายภาคเอกชน ขณะที่องค์ประกอบอื่นด้านเครื่องชี้วัดการบริโภคและการลงทุนไม่ได้ส่งสัญญาณชะลอตัวลงทั้งหมด
นอกจากนี้ แม้ความไม่สงบทางการเมืองอาจทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าอาจกระทบต่อการเบิกจ่ายงบประมาณตั้งแต่เริ่มมีการชุมนุม แต่จากตัวเลขของภาคการคลังระบุว่า ในช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2557 การเบิกจ่ายยังคงขยายตัวได้ถึงร้อยละ 7.5 ซึ่งในส่วนการเบิกจ่ายงบลงทุนนั้นเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน ทำให้เม็ดเงินจากภาครัฐนั้นไม่ได้สูญหายไปจากระบบทั้งหมดอย่างที่หลายฝ่ายกังวล
อย่างไรก็ตาม ความหวังจากการส่งออกในปีนี้ แม้ตัวเลขเดือน ม.ค. จะหดตัว 2% ต่อปี ทำให้มีข้อกังขาว่าการส่งออกจะช่วยพยุงเศรษฐกิจไทยในปีนี้เหมือนจะเลือนราง อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิเคราะห์ฯ มองว่า การหดตัวลงเป็นผลมาจากราคาสินค้าเกษตรที่ลดลง และการส่งออกหมวดยานยนต์ที่หดตัวถึง 22% จากการที่ผู้ผลิตรถยนต์ได้เปลี่ยนโมเดลใหม่ในผลิตภัณฑ์หลายตัว ทำให้เกิดรอยต่อของการส่งออก ซึ่งจะเป็นปัจจัยลบเพียงชั่วคราวเท่านั้น







