posttoday
ส่องโอกาสอุตฯโรงแรมสู้แข่งขันดุยุคเปิดเสรี

ส่องโอกาสอุตฯโรงแรมสู้แข่งขันดุยุคเปิดเสรี

07 มีนาคม 2557

ธุรกิจโรงแรมเป็นอีกหนึ่งภาคส่วนที่ต้องเผชิญกับความท้าทาย เมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)

โดย...วิธาน เจริญผล

ธุรกิจโรงแรมเป็นอีกหนึ่งภาคส่วนที่ต้องเผชิญกับความท้าทาย เมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) อย่างเต็มรูปแบบในปี 2558 ซึ่งผู้ประกอบการไทยสามารถพลิกความท้าทายดังกล่าวให้เป็นโอกาส ปรับตัวเองขึ้นไปเป็นผู้เล่นระดับภูมิภาคได้

การเจรจาเปิดเสรีด้านการค้าบริการภายใต้ข้อตกลง ASEAN Framework Agreement on Services (AFAS) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเออีซี มีการทำข้อผูกพันเพื่อเปิดตลาดการค้าบริการในสาขาต่างๆ มาแล้วทั้งหมด 7 ฉบับในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งทั้งไทยและหลายชาติอาเซียนได้อาศัยความยืดหยุ่นของข้อตกลง เพื่อสงวนและจำกัดเพดานการของนักลงทุนต่างชาติในธุรกิจโรงแรมมาโดยตลอด

สำหรับของไทยนั้นไม่ได้สงวนแค่ธุรกิจโรงแรมเท่านั้น แต่จำกัดเพดานการถือหุ้นของนักลงทุนต่างชาติไว้ที่ 49% ครอบคลุมทุกสาขาบริการมาโดยตลอด แต่การเจรจาจัดทำข้อผูกพันในฉบับ 8 ที่ผ่านมา เป็นการขยายเพดานการถือหุ้นธุรกิจโรงแรมในไทยให้กับนักลงทุนอาเซียนเป็นครั้งแรก ซึ่งจะทำให้นักลงทุนอาเซียนเข้ามาทำธุรกิจโรงแรมในไทยได้ง่ายขึ้นมาก และส่งผลต่อเนื่องให้เกิดการแข่งขันที่สูงขึ้น

แต่การอนุญาตดังกล่าวยังจะไม่เห็นผลกระทบมากนัก เพราะไทยกำหนดเงื่อนไขว่าเปิดเสรีเฉพาะโรงแรมระดับหกดาวขึ้นไป ซึ่งมักเป็นการลงทุนขนาดใหญ่มูลค่ามากกว่า 500 ล้านบาท ซึ่งสามารถขอสมัครรับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งอนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติถือหุ้นได้ถึง 100%

หากมองตลาดโรงแรมในประเทศอาเซียน พบว่า เกือบทุกประเทศสร้างเงื่อนไขการลงทุนเช่นกัน ยกเว้น สิงคโปร์และเวียดนาม ที่มีการเปิดเสรีมากที่สุด ขณะที่อินโดนีเซียอนุญาตให้นักลงทุนอาเซียนถือหุ้นได้ถึง 100% แต่จำกัดบางพื้นที่ ส่วนมาเลเซียอนุญาตเฉพาะโรงแรม 45 ดาว และฟิลิปปินส์ยังจำกัดการถือหุ้นของนักลงทุนต่างชาติไว้เป็นเสียงข้างน้อย

เมื่อเปรียบเทียบระดับการเปิดเสรีสำหรับธุรกิจโรงแรมของประเทศต่างๆ ในอาเซียน ดูเหมือนว่าไทยจะยังเปิดเสรีน้อยที่สุดรองจากฟิลิปปินส์ ซึ่งด้วยรูปแบบการเจรจาลักษณะรีเควช แอนด์ ออฟเฟอร์ มีความเป็นไปได้สูงที่ประเทศอื่นในอาเซียนจะเรียกร้องให้ไทยเปิดเสรีในธุรกิจโรงแรมมากขึ้น

หากไทยเปิดเสรีให้นักลงทุนอาเซียนสำหรับโรงแรมระดับรองลงมาด้วยแล้ว คาดว่าจะส่งผลกระทบมากขึ้น เพราะผู้ที่จะได้รับผลกระทบส่วนใหญ่จะเป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ซึ่งปัจจุบันเผชิญการแข่งขันที่สูงมากอยู่แล้ว เห็นได้จากระดับราคาห้องพักที่ปรับเพิ่มเฉลี่ยเพียง 2% ทั้งๆ ที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นกว่า 20% ในปี 2556

ขณะที่ในมุมของการออกไปลงทุนในต่างประเทศ เมื่อประเทศอาเซียนอื่นๆ เปิดเสรีให้นักลงทุนไทยมากขึ้น แต่กลับพบว่าโรงแรมไทยยังมีประสบการณ์ลงทุนในต่างประเทศน้อยเมื่อเทียบกับคู่แข่งจากมาเลเซียและสิงคโปร์

แต่เมื่อตลาดเปิดเสรีมากขึ้น ธุรกิจไทยควรอาศัยโอกาสเข้าไปลงทุนในประเทศอาเซียนอื่นๆ เพื่อสร้างเครือข่ายโรงแรมให้ครอบคลุมและเพิ่มมูลค่าให้แบรนด์บริหารโรงแรมของไทยมากขึ้น โดยเฉพาะในทำเลธุรกิจ เพราะจำนวนนักท่องเที่ยวและการเดินทางติดต่อธุรกิจมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มสูงขึ้นในหลายๆ ประเทศ ซึ่งเมืองหลวงและหัวเมืองสำคัญกำลังกลายเป็นจุดหมายปลายทางหลัก เช่น จำนวนนักท่องเที่ยวไปจาการ์ตาในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 12% มากกว่าบาหลีที่เพิ่มขึ้นปีละ 10%

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ มองว่า นักลงทุนโรงแรมไทยควรพิจารณาลงทุนในเมืองธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มกำลังเติบโตสูงอย่างอินโดนีเซียและประเทศกลุ่มซีแอลเอ็มวี ได้แก่ กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม ซึ่งเมืองมีการขยายตัวและมีการเดินทางเพื่อติดต่อธุรกิจเพิ่มขึ้นส่งผลให้มีความต้องการห้องพักโรงแรมในย่านธุรกิจต่างๆ

ขณะเดียวกัน โรงแรมระดับกลางล่างของไทยต้องเร่งเพิ่มความสามารถในการแข่งขันไม่ว่าจะเป็นลดต้นทุน การรวมกลุ่ม สร้างเครือข่าย และสร้างแบรนด์ เพื่อรองรับการเปิดเสรีธุรกิจโรงแรมของไทย ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในอนาคต

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69