
ลูกค้าบัวหลวงหนีใช้ออนไลน์
ผู้บริหารธนาคารกรุงเทพ รับยอดอิเล็กทรอนิกส์พุ่ง จากเหตุการณ์ป่วนรายวันทำลูกค้าแหยง
ผู้บริหารธนาคารกรุงเทพ รับยอดอิเล็กทรอนิกส์พุ่ง จากเหตุการณ์ป่วนรายวันทำลูกค้าแหยง
นายธีระ อภัยวงศ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า สถานการณ์บ้านเมืองยังอยู่ในภาวะป่วนรายวันเช่นนี้ ส่งผลให้ลูกค้าส่วนหนึ่งไม่กล้าทำธุรกรรมที่สาขา แต่ใช้ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ซึ่งถือเป็นทางเลือกมากขึ้น ส่งผลให้ยอดทำธุรกรรมผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม การใช้ระบบธุรกรรมออนไลน์คงไม่ได้เกิดขึ้นเพราะปัญหาการเมือง หรือการปิดสาขาเพียง 2 แห่งเท่านั้น เนื่องจากธนาคารมีสาขาทั่วประเทศเกือบ 1,000 แห่ง แต่เป็นเพราะการเข้าถึงระบบเทคโนโลยีของประชาชนที่สูงขึ้นด้วย
นายธีระ กล่าวว่า หากลูกค้าไม่กล้ามาสาขา ธนาคารก็จะเข้าไปหาลูกค้าเอง โดยสาขาใดที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงและต้องปิดไป ก็จะโยกพนักงานไปทำงานยังสาขาอื่นๆ
นอกจากนั้น ธนาคารยังได้กำชับให้พนักงานรักษาความปลอดภัยที่มีอยู่แล้ว ให้ตื่นตัวมากขึ้นในการทำงาน เพิ่มความเข้มข้นในการช่วยกันสอดส่องสิ่งผิดปกติ ส่วนมาตรการอื่นๆ เป็นไปตามปกติ
“เราไม่รู้จะไปสงสัยใคร เพราะคนร้ายขี่มอเตอร์ไซค์มา พอเกิดเหตุครั้งหนึ่ง ก็ไปกองพิสูจน์หลักฐาน เปิดกล้องซีซีทีวี ให้ความร่วมมือกับภาครัฐเต็มที่” นายธีระ กล่าว
สำหรับความเสียหายมีไม่มาก ส่วนใหญ่เป็นกระจกแตก แต่จำเป็นต้องเพิ่มการทำประกันที่ครอบคลุมถึงการเกิดจลาจล ซึ่งในอดีตไม่ได้ครอบคลุมส่วนนี้ ทำให้เบี้ยประกันแพงขึ้น ซึ่งไม่ใช่เฉพาะธนาคาร ธุรกิจอื่นๆ จำเป็นต้องทำประกันการก่อจลาจลเช่นกัน
รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ผลจากการชุมนุมทางการเมืองที่แยกราชประสงค์ ทำให้ขณะนี้มีธนาคารพาณิชย์ได้รับผลกระทบ 13 แห่ง ต้องปิดสาขาชั่วคราวแล้ว 42 สาขา โดยธนาคารที่ต้องปิดสาขาชั่วคราวมากที่สุด คือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และธนาคารกรุงไทย ปิดรวม 6 สาขา
ธนาคารกรุงเทพ ได้รับผลกระทบ 5 สาขา ได้แก่ สาขาบิ๊กซี ราชดำริ สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ สาขาสยามพารากอน สาขาประตูน้ำ ส่วนสาขาซิลลิค เฮ้าส์ ที่ปิดเฉพาะในช่วงเย็นถึงค่ำ ด้านธนาคารธนชาตและธนาคารทหารไทยใช้วิธีย้ายไปเปิดสาขาชั่วคราวในพื้นที่อื่น







