
บอร์ดบีโอไอ
การประชุมคณะทำงานกำกับการบริหารนโยบายเศรษฐกิจ หรือ ครม.เศรษฐกิจของรัฐบาล เมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน อุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) รายงานต่อนายกรัฐมนตรี ว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อนุมัติให้รัฐบาลแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนได้ และให้บอร์ดบีโอไอใช้อำนาจที่มีอยู่ได้ตามกฎหมาย
การประชุมคณะทำงานกำกับการบริหารนโยบายเศรษฐกิจ หรือ ครม.เศรษฐกิจของรัฐบาล เมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน อุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) รายงานต่อนายกรัฐมนตรี ว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อนุมัติให้รัฐบาลแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนได้ และให้บอร์ดบีโอไอใช้อำนาจที่มีอยู่ได้ตามกฎหมาย
แต่กลายเป็นว่าจนถึงวันนี้ ครม.ยิ่งลักษณ์ ยังไม่มีมติแต่งตั้งบอร์ดบีโอไอ ทั้งๆ ที่ กกต.บอกว่าทำได้ เหตุผลที่รัฐบาลอ้างก็คือ เกรงว่าหากมีการแต่งตั้งบอร์ดบีโอไอ และอนุมัติโครงการลงทุนที่มีผลผูกพันต่อรัฐบาลชุดใหม่ จะขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 181 (3) ได้ จึงขอปรึกษากับคณะกรรมการกฤษฎีกาก่อน
ผลที่ตามมา คือ โครงการลงทุนที่มีวงเงินเกิน 200 ล้านบาทขึ้นไป มูลค่าการลงทุนกว่า 5 แสนล้านบาท ต้องถูกดองไว้อย่างไม่มีกำหนด ขณะที่รัฐบาลเองก็ไม่ได้เร่งรัดดำเนินการแต่อย่างใด ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องสำคัญในการฉุดกระชากเศรษฐกิจให้เดินหน้าในยามการลงทุนภาครัฐชะงักงัน
ปัจจุบันคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนประกอบด้วย กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ตัวแทนนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน กรรมการประกอบด้วย ประเสริฐ บุญชัยสุข รมว.อุตสาหกรรม ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม อดีตปลัดกระทรวงการคลัง วัชรี วิมุกตายน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ วิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม อาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พงษ์ศักดิ์ อัสสกุล ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ชาติศิริ โสภณพนิช ประธานสมาคมธนาคารไทย สาคร สุขศรีวงศ์ สมพล เกียรติไพบูลย์ และมีที่ปรึกษาประกอบด้วย ชนิตร ชาญชัยณรงค์ พรชัย รุจิประภา พิชัย ชุณหวชิร ญนน์ โภคทรัพย์ อิสระ ว่องกุศลกิจ โดยมี อุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เป็นกรรมการและเลขานุการ







