posttoday
อีทีเอฟSET50เจ๋ง

อีทีเอฟSET50เจ๋ง

05 มีนาคม 2557

กรุงไทยออกใหม่ชี้โอกาสซื้อหุ้นถูกชูค่าธรรมเนียมต่ำกว่ากองทั่วโลก

กรุงไทยออกใหม่ชี้โอกาสซื้อหุ้นถูกชูค่าธรรมเนียมต่ำกว่ากองทั่วโลก

KTAM ส่งอีทีเอฟอิงหุ้น SET50 ดึงดูดทุนสถาบัน เก็บค่าธรรมเนียมถูกโอกาสซื้อหุ้นไทยราคาถูก

นายสมชัย บุญนำศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย (KTAM1) เปิดเผยว่า บริษัทจะเปิดจำหน่ายกองทุนเปิด KTAM SET50 ETF Tracker ซึ่งเป็นกองทุนรวมอีทีเอฟที่อ้างอิงกับดัชนี SET50 เสนอขายแก่นักลงทุนทั่วไปครั้งแรก ระหว่างวันที่ 6-14 มี.ค. 2557 มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท มีนโยบายลงทุนในหลักทรัพย์ที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET50 กำหนดลงทุนขั้นต่ำ 1 หมื่นบาท เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณของ 1 หมื่นบาท โดยตั้งเป้ายอดขายในครั้งแรกประมาณ 1,000 ล้านบาท

สำหรับราคาเสนอขายครั้งแรกประมาณ 90 กว่าบาท และหลังจากนั้นกองทุนจะจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยวันแรกในวันที่ 26 มี.ค. 2557 โดยใช้ชื่อย่อว่า ESET50

นายสมชัย กล่าวว่า กองทุน ESET50 มีจุดเด่นซึ่งผู้ลงทุนมีโอกาสกระจายการลงทุนในหุ้นชั้นนำ 50 บริษัทของไทย และได้รับผลตอบแทนเคลื่อนไหวตามดัชนี SET50 ก่อนหักค่าใช้จ่ายของกองทุนแล้ว บลจ.กรุงไทย และบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส ในฐานะผู้ดูแลสภาพคล่องยังออกแบบกองทุนให้เป็นที่สนใจของนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนต่างชาติเพิ่มมากขึ้นด้วยการกำหนดให้การเปลี่ยนแปลงของราคาเสนอซื้อ เสนอขาย ESET50 ใกล้เคียงกับการเปลี่ยนแปลงของดัชนี SET50 ได้มากขึ้น โดยการคำนวณราคา ซึ่งต่างจากกองทุนอีทีเอฟที่อ้างอิงหุ้น SET50 ในปัจจุบัน

นอกจากนี้ กำหนดค่าใช้จ่ายรวมของกองทุนอยู่ที่ 0.3% ต่อปี ซึ่งต่ำกว่ากองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนในลักษณะเดียวกันทั้งในและต่างประเทศซึ่งอยู่ที่ประมาณ 0.40.6% ต่อปี ขณะเดียวกันมองว่าเมื่อการเมืองคลี่คลาย เงินลงทุนต่างชาติไหลกลับเข้ามาลงทุนก็จะมีกองทุน ESET50 เป็นทางเลือกลงทุนหุ้นไทย

สำหรับหุ้นในดัชนี SET50 คิดเป็นมูลค่าตามราคาตลาด ณ เดือน ก.พ. 2557 อยู่ที่ประมาณ 74% ของดัชนีตลาดโดยรวมและมีอัตราจ่ายเงินปันผลสูงถึง 3.4%

นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า ปัจจุบันสัดส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น (พี/อี) หุ้นใน SET50 ซื้อขายในระดับที่ให้ส่วนลดเมื่อเทียบดัชนีตลาดหลักทรัพย์ (SET INDEX) ประมาณ 6.5% จึงถือเป็นราคาที่ถูก อีกทั้งยังมองแนวโน้มกำไรบริษัทจดทะเบียนใน SET50 จะเติบโตประมาณ 14.2% ขณะที่ SET INDEX เติบโต 12.9%

“เวลาที่เศรษฐกิจไทยมีปัญหา ต้องปรับลดจีดีพีและกำไรบริษัทจดทะเบียนลง แต่พบว่าบริษัทใน SET50 ซึ่งเป็นบริษัทขนาดใหญ่ 50 อันดับแรกในตลาดหลักทรัพย์มีความทนทานกับภาวะเศรษฐกิจและยังขยายตัวได้ดี” นายเทิดศักดิ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม หากประเมินระดับพี/อีของ SET50 ในปัจจุบันที่ 13.5 เท่า บนอัตราการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนในปีนี้ จึงมองว่าสิ้นปีนี้ SET50 มีโอกาสยืนเหนือระดับ 1,000 จุดได้ หรือให้ผลตอบแทนมากกว่า 10% จากปัจจุบัน และในอดีตเมื่อเกิดวิกฤตทุกครั้งพบว่าผลตอบแทนของ SET50 ก็สูงกว่า SET INDEX ตลอด

นางเกศรา มัญชุศรี รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานการตลาด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ในช่วง 12 สัปดาห์นี้นักลงทุนต่างชาติไม่ได้ขายสุทธิหุ้นไทยแล้ว ต่างจากเดือนม.ค.ที่ยังขายออกมามาก ซึ่งคาดว่านักลงทุนที่ถือหุ้นอยู่จะเป็นกลุ่มนักลงทุนที่ถือเพื่อการลงทุน

อย่างไรก็ตามสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศคาดว่าสุดท้ายน่าจะจบได้ในปีนี้ และปกติแล้วการลงทุนในหุ้นก็จะปรับตัวขึ้นสะท้อนข่าวก่อน ขณะนี้จึงเป็นโอกาสของนักลงทุนในการลงทุน

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว