
โบรกเกอร์ทำใจปีนี้กำไรหด
สารพัดข่าวร้ายกดวอลุ่มต่างชาติไม่มาศึกชิงมาร์เก็ตติ้งยังตามหลอน
สารพัดข่าวร้ายกดวอลุ่มต่างชาติไม่มาศึกชิงมาร์เก็ตติ้งยังตามหลอน
“ก้องเกียรติ” ยอมรับปี 2557 ฝันร้ายของธุรกิจหลักทรัพย์ รายได้และกำไรลด
นายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส (ASP) เปิดเผยว่า ผลประกอบการของบริษัทในปีนี้กำไรคาดว่าจะต่ำกว่าปี 2556 ที่มีกำไรสุทธิ 1,066 ล้านบาท เนื่องจากปริมาณการซื้อขายของหุ้นคาดว่าจะไม่สูงเท่ากับปี 2556 ซึ่งเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 4.3 หมื่นล้านบาท ขณะที่ 2 เดือนแรกของปีนี้ ซื้อขายหุ้นเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 2.7 หมื่นล้านบาท และผลประกอบการที่ลดลง เชื่อว่าจะเกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมหลักทรัพย์ทั้งหมด
“โดยคาดว่ากำไรสุทธิของ ASP อาจไม่ถึงกับปี 2556 ที่มีกำไรระดับ 1,000 ล้านบาท แต่เชื่อว่าไม่ต่ำกว่าปี 2555 ที่มีกำไร” นายก้องเกียรติ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันทาง ASP คงจะปรับตัวโดยให้น้ำหนักกับการพัฒนาธุรกิจที่มีความผันผวนน้อย เช่น วาณิชธนกิจ ซึ่งปัจจุบันมีงานในมือถึง 22 ธุรกรรม ส่วนธุรกิจหลักทรัพย์ซึ่งมีความผันผวนมากก็พยายามดูแลให้มีความผันผวนต่ำลง
สำหรับความสนใจของนักลงทุนต่างชาติในการเข้าซื้อกิจการ รวมถึงการควบรวมกิจการในประเทศไทยนั้น พบว่ามีลดน้อยลง แต่ก็ยังมีความสนใจในธุรกิจที่เป็นจุดแข็งของประเทศไทยอยู่ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม โรงพยาบาล อาหาร และชิ้นส่วนรถยนต์
ขณะที่ส่วนความสนใจเข้าลงทุนในหุ้นไทยนั้น แม้ว่าในสายตานักลงทุนต่างชาติจะมองว่าอยู่ในระดับต่ำแล้ว แต่ความไม่แน่นอนทางการเมืองที่มีอยู่ ทำให้นักลงทุนต่างชาติยังชะลอการลงทุนจนกว่าการเมืองจะมีความชัดเจนและยังมีตลาดหุ้นอื่นน่าสนใจเช่นกัน
นางพรพริ้ง สุขสันติสุวรรณ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส (FSS) กล่าวว่า ผลประกอบการของบริษัทปีนี้คงจะต่ำกว่าปี 2556 โดยบริษัทได้รับผลกระทบ 2 ต่อ ทั้งจากการเมืองทำให้ปริมาณการซื้อขายลดลง และอีกต่อคือผลจากการเปิดตัวโบรกเกอร์ใหม่ ทำให้บริษัทถูกดึงเจ้าหน้าที่การตลาด (มาร์เก็ตติ้ง) จนขณะนี้ลดลงเหลือกว่า 500 คน จากก่อนหน้านี้มีจำนวน 700 คน ส่งผลให้ส่วนแบ่งธุรกิจนายหน้าค้าหลักทรัพย์ลดลง 12% หรือลงมาเหลือที่ระดับ 5%
นอกจากนี้ ยังพบว่ายอดการปล่อยสินเชื่อเพื่อซื้อหุ้น (มาร์จิ้นโลน) ได้ลดลงเหลือ 800-900 ล้านบาท จากช่วงก่อนหน้านี้เคยขึ้นไปสูงถึง 1,500 ล้านบาท
“ผลจากการที่มาร์เก็ตติ้งถูกดึงไป แต่รายได้กลับไม่ได้ลดลงเท่ากับมาร์เก็ตแชร์ที่ลดลง เนื่องจากกลุ่มลูกค้าที่ตามติดไปกับมาร์เก็ตติ้งนั้น มีการซื้อขายสูงก็จริง แต่สร้างคอมมิชชั่นในระดับไม่สูงนัก เพราะมีศักยภาพในการต่อรอง” นางพรพริ้ง กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทปรับกลยุทธ์ด้วยการพยายามพาลูกค้ารายบุคคลไปซื้อขายตลาดหุ้นต่างประเทศ ขณะเดียวกันเตรียมรุกลูกค้าสถาบันทั้งในและต่างประเทศเพิ่มขึ้น พร้อมกันนี้เตรียมลงทุน 100 ล้านบาท เข้าร่วมลงทุนถือหุ้นสัดส่วน 20% บริษัทหลักทรัพย์ในประเทศกัมพูชา การทำธุรกิจในเบื้องต้นจะเน้นงานวาณิชธนกิจ นำรัฐวิสาหกิจของกัมพูชาเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นกัมพูชา ดังนั้น ต้องใช้ระยะเวลาในการคืนทุนประมาณ 23 ปี
นายวิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล กรรมการ บริษัท ทรีนีตี้ วัฒนา (TNITY) กล่าวว่า ในไตรมาสแรกของปีนี้ผลประกอบการของธุรกิจหลักทรัพย์อาจได้รับผลกระทบจากปริมาณการซื้อขายหุ้นที่ลดลงและผลจากการเกิดโบรกเกอร์ใหม่ แต่เชื่อว่าไตรมาสแรกนั้นจะเป็นจุดต่ำสุด เพราะเชื่อว่าในช่วงกลางปี ภาพรวมตลาดหุ้นน่าจะฟื้นตัวดี และยังคงเป้าหมายดัชนีหุ้นปีนี้ที่ระดับ 1,500 จุด บนสมมติฐาน อัตราราคาเทียบกับคาดการณ์กำไรสุทธิล่วงหน้า (ฟอร์เวิร์ดพี/อี) ที่ระดับ 13.7 เท่า







