
ลุยประกันนาข้าว
โดย...วารุณี อินวันนา
โดย...วารุณี อินวันนา
แม้จะอยู่ในช่วงรัฐบาลรักษาการและการเตือนภัยจะเกิดเอลนินโญ หรือแล้งจัด ทำให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) สมาคมประกันวินาศภัยไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ยังเดินหน้าดันประกันภัยพืชผลคุ้มครองนาข้าวปีการผลิต 2556/2557 ให้ได้ตามเป้า 1.5 ล้านไร่ วงเงินความคุ้มครองรวม 2,000 ล้านบาท โดยใช้งบอุดหนุนเบี้ยประกันภัยให้ชาวนาที่ได้รับจัดสรร 494.90 ล้านบาท และยังไม่ถูกใช้ เพราะปีการผลิต 2555/2556 แทบไม่มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ
การใช้เงินในฤดูการผลิตนี้ จึงไม่ต้องเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่ต้องหารือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หากได้รับความเห็นชอบก็เดินหน้าโครงการได้ทันที ด้านบริษัทประกันภัยต่อก็มีการต่อสัญญาที่จะรับประกันโครงการนี้แล้ว 80% ของวงเงินความคุ้มครองทั้งหมด 2,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ การอุดหนุนเบี้ยประกันภัยให้ชาวนาจะแบ่งตามพื้นที่ 5 ระดับ ในอัตราที่แตกต่างกัน ขณะที่เกษตรกรที่ทำประกันภัยจะได้รับความคุ้มครอง หากได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติวงเงินคุ้มครองไร่ละ 1,111 บาท รวมทั้งคุ้มครองภัยจากศัตรูพืชและโรคระบาดไร่ละ 555 บาท ตลอดช่วงการเพาะปลูก
wเกษตรกรไม่เข้าร่วม!!!
จีรพันธ์ อัศวะธนกุล ประธานสภาธุรกิจประกันภัยไทย กล่าวว่า สาเหตุหลักที่เกษตรกรเข้าร่วมโครงการน้อยมากในปีที่ผ่านมา เพราะขาดการประชาสัมพันธ์
ทั้งนี้ จากการว่าจ้างนักศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และการลงพื้นที่ด้วยตัวเอง รวมทั้งผู้เกี่ยวข้อง เพื่อเก็บข้อมูลจากเกษตรกรทั่วประเทศ 300 ราย เกี่ยวกับความเข้าใจในการประกันภัยพืชผลและรายละเอียดอื่นๆ เพื่อนำมาปรับปรุงแผนการตลาดและแผนการขายให้ได้ตามเป้า 1.5 ล้านไร่ ทั้งในพื้นที่ จ.พิษณุโลก ขอนแก่น บุรีรัมย์ นครราชสีมา และพื้นที่ภาคกลาง
จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นพื้นที่แรกนั้น พบว่า เกษตรกรสนใจจะทำประกันภัยนาข้าวหากรัฐบาลอุดหนุนเบี้ยประกันภัย แต่ปัญหาคือเกษตรกรไม่ทราบว่ามีโครงการนี้ ไม่ทราบว่าจะต้องซื้อที่ไหน ซื้อแล้วจะได้รับความคุ้มครองเมื่อไหร่ แสดงให้เห็นว่า 3 ปีที่ผ่านมาของโครงการไม่มีการให้ข้อมูลเกษตรกรอย่างทั่วถึง
นอกจากนี้ ยังพบว่า ข้อมูลที่โครงการมีอยู่ไม่ละเอียดพอ เช่น ผลผลิตขั้นต่ำที่จะได้รับการคุ้มครองที่ใช้ข้อมูลเฉลี่ย 500 กิโลกรัมต่อไร่ ทำให้เกษตรกรบางอำเภอที่ผลผลิตมากกว่าค่าเฉลี่ยจะไม่รับเงื่อนไขนี้ โครงการจึงต้องหารายละเอียดเพิ่มในส่วนผลผลิตต่อไร่เป็นรายอำเภอและตำบล เพื่อให้ข้อมูลตรงกับความเป็นจริงและความต้องการของเกษตรกร จากนั้นจะประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อท้องถิ่น เช่น วิทยุ การออกเยี่ยมเยียนของเจ้าหน้าที่ ธ.ก.ส. โดย ธ.ก.ส.มีแนวคิดเพิ่มแรงจูงใจว่า หากเกษตรกรทำประกันภัยนาข้าวจะได้รับสินเชื่อเพิ่มอีกด้วย
wขาดทุนแต่ทำต่อเพื่อ???
อย่างไรก็ตาม 2 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจประกันวินาศภัยต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า โครงการนี้ขาดทุนและปี 2557 ผู้เชี่ยวชาญได้เตือนว่า จะเกิดเอลนินโญ หรือภัยแล้งอย่างรุนแรง แต่ที่ยังเดินหน้าโครงการประกันภัยนาข้าวต่อ เพราะผลขาดทุนไม่มากสามารถรับได้
ที่สำคัญโครงการนี้ทำให้เข้าถึงประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศที่มี 13 ล้านครอบครัว พื้นที่ปลูกข้าว 63 ล้านไร่ทั่วประเทศ หากประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจประโยชน์ของประกันภัยจะทำให้เห็นความสำคัญของประกันภัยอื่นๆ ทั้งประกันชีวิต ประกันภัยรถ ประกันภัยทรัพย์สิน เป็นต้น ช่วยให้ตัดสินใจซื้อประกันภัยเพื่อเป็นหลักประกันให้กับชีวิต ทรัพย์สิน และครอบครัวได้
ประธานสภาธุรกิจประกันภัยไทย กล่าวว่า ธุรกิจประกันวินาศภัยไม่ได้มองแง่ธุรกิจที่มีกำไรเพียงอย่างเดียว แต่ยังทำหน้าที่ในการสร้างจิตสำนึกให้กับคนไทยเห็นความสำคัญของความเสี่ยง ความไม่แน่นอนในชีวิตและทรัพย์สิน
ต้องมาติดตามกันดูว่า โครงการประกันภัยพืชผลจะเดินหน้ารับประกันภัยในปีการผลิต 2556/2557 ได้หรือไม่ และหากเดินหน้าได้จะมีชาวนาทำประกันภัยนาข้าวครบ 1.5 ล้านไร่ ตามเป้าหมายของโครงการนี้หรือไม่







