
จุดเปลี่ยน...จัดการเงิน
ทุกวันนี้ความผันผวนและไม่มั่นคงในเศรษฐกิจทำให้เราสัมผัสได้เลยว่า เรากลัวมากเพราะการเมืองก็ลูกผีลูกคน มองไปนอกประเทศก็เห็นความไม่แน่นอน ตั้งแต่นโยบายการแก้ปัญหาเศรษฐกิจแบบกำปั้นทุบดินโดยประเทศมหาอำนาจอย่าง อเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่น ต่างรวมหัวกันกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการพิมพ์เงิน มันเป็นความบ้าคลั่งแอบแฝง ที่หลับตาแล้วมองไปข้างหน้าก็เดาได้เลยว่า จากนี้ต่อไปโลกการเงินจะไม่เหมือนเดิม ...ใช่!! ในที่สุดเงินจะเฟ้อแบบบ้าคลั่ง ค่าครองชีพ และราคา Asset จะถึงจุดที่ราคาขึ้นแบบน่าตกใจ
ทุกวันนี้ความผันผวนและไม่มั่นคงในเศรษฐกิจทำให้เราสัมผัสได้เลยว่า เรากลัวมากเพราะการเมืองก็ลูกผีลูกคน มองไปนอกประเทศก็เห็นความไม่แน่นอน ตั้งแต่นโยบายการแก้ปัญหาเศรษฐกิจแบบกำปั้นทุบดินโดยประเทศมหาอำนาจอย่าง อเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่น ต่างรวมหัวกันกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการพิมพ์เงิน มันเป็นความบ้าคลั่งแอบแฝง ที่หลับตาแล้วมองไปข้างหน้าก็เดาได้เลยว่า จากนี้ต่อไปโลกการเงินจะไม่เหมือนเดิม ...ใช่!! ในที่สุดเงินจะเฟ้อแบบบ้าคลั่ง ค่าครองชีพ และราคา Asset จะถึงจุดที่ราคาขึ้นแบบน่าตกใจ
ความแตกต่างระหว่างชนชั้นจะทวีความรุนแรงขึ้น คนจนจะยิ่งจน และคนรวยจะยิ่งรวย เพราะคนรวยถือครอง Asset ส่วนใหญ่ของประเทศที่ราคากำลังจะพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง ...สิ่งเหล่านี้เริ่มจะสะท้อนจากสังคมไปสู่การเมือง โดยการเริ่มความวุ่นวาย การต่อสู้ระหว่างชนชั้น ความไม่เท่าเทียม และความกดดันของเงินเฟ้อต่อค่าครองชีพ
ตัวผมในฐานะที่ปรึกษาทางการลงทุนของบริษัท หลักทรัพย์ บัวหลวง ซึ่งได้รับหน้าที่แปลกๆ ในการให้ความรู้ลูกค้าอย่างไรก็ได้ให้ลูกค้าไม่เจ๊ง...ใช่!! ความแปลกมันเกิดขึ้น ตั้งแต่การเมืองยันโลกการเงินที่หลายๆ คนไม่อยากจะพูดถึง
ย้อนไปเมื่อสองปีก่อน ผมเข้ามาร่วมงานกับ บล.บัวหลวง ด้วยโจทย์ที่ผมตะลึงงัน ผู้บริหารที่บัวหลวงล้วนเป็นคนรุ่นใหม่ที่หัวคิดก้าวหน้ามาก เขาถามผมว่า “ภาววิทย์ อยากทำอะไรในบัวหลวง” ผมนิ่งไปสักครู่ แล้วคิดในใจว่า นี่เป็นการสัมภาษณ์งานที่แปลกมาก ปกติการรับสมัครงานมันต้องเป็นการหาผู้สมัครที่เหมาะสมเข้าไปทำหน้าที่ตามที่บริษัทนั้นๆ กำหนด แต่นี่มันกลายเป็น “คุณอยากจะทำอะไร”
บรรยากาศในวันนั้น มันทำให้ผมมองการสัมภาษณ์งานเสมือนการ Brainstorming Idea เพื่อค้นหาว่าตำแหน่งอะไรที่อุตสาหกรรมหลักทรัพย์ต้องการ “Broker ต้องการอะไร?”
ย้อนเล่าให้เห็นภาพ ถ้าใครมอง Broker หรือธุรกิจหลักทรัพย์จะเห็นได้ว่า ธุรกิจ Broker ก็คืออาชีพพ่อค้าคนกลางในการซื้อขายหุ้น ซึ่งหน้าที่ของพ่อค้าคนกลางก็คือ พยายามให้ผู้ซื้อกับผู้ขายมาเจอกันให้มากที่สุด แต่ปัญหามันอยู่ที่การซื้อขายครั้งนี้ มันไม่ใช่สถานการณ์ winwin แต่มันกลายเป็นการซื้อขายที่เป็น ZeroSum Game ที่ทุกครั้งที่การซื้อขายเกิดขึ้น ณ จุดหนึ่งของเวลา จะมีคนนึงกำไรและอีกคนขาดทุนทันที แม่เจ้า!! คิดแล้วแรงกว่าการเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวมากนัก เพราะที่ร้านก๋วยเตี๋ยว ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายต่างมีความสุข ลูกค้าได้อิ่มท้อง ส่วนคนขายก็ได้เงินเป็นค่าตอบแทน
ชักน่าสนใจแล้วสิ Broker นายหน้า พ่อค้าคนกลาง ...จะทำอย่างไรให้ผู้ซื้อและผู้ขายไม่กลายเป็น ZeroSum Game ทันใดนั้นผู้บริหารบัวหลวงก็ส่งกระดาษ A4 หนึ่งแผ่น และปากกาให้กับผม แล้วบอกผมว่า เอาอย่างนี้ละกัน วันนี้การสนทนากันระหว่างคุณและผมจะจบด้วยอะไรที่ไม่เคยมีมาก่อน ผมรู้ว่าคุณคิดอะไร ลองเขียนสิ่งที่คุณคิดที่เกี่ยวกับธุรกิจหลักทรัพย์ว่า จะทำอย่างไรให้ธุรกิจนี้เปลี่ยนไป ดีขึ้น ดีใจหาย จากนั้น คุณบรรณรงค์ พิชญากร ผู้บริหารหนุ่มคนนั้นก็เดินออกจากห้อง แล้วทิ้งผมไว้ให้มึนงงกับคำถามที่สุดจะท้าทาย
“คุณจะทำอย่างไร ให้ผู้ซื้อและผู้ขายมีความสุขทั้งสองฝ่าย”
เวลาผ่านไป 15 นาที ผู้บริหารท่านนั้นก็เดินกลับมา เห็นกระดาษ A4 ว่างๆ ที่วางอยู่บนโต๊ะ “เออ...คิดไม่ออกครับพี่ ยากไป เอาแบบง่ายๆ ดีกว่า ผมรู้แล้วว่าผมจะเปลี่ยนธุรกิจ Broker อย่างไรให้ดีขึ้น”
“แล้วทำยังไงล่ะ?”
ผมตอบอย่างฉะฉานว่า “ผมจะเป็นอาจารย์ครับ ผมจะเป็นอาจารย์สอนนักลงทุนรายย่อยให้รู้ว่า หมูสนามสามารถรีดไขมันแล้วกลายเป็นหมูป่า เพื่อรักษาตัวเองให้อยู่รอดในโลกการลงทุนได้อย่างไร”
และแล้วเวลา 2 ปีผ่านไป ไวเหมือนโกหก
บัวหลวงภายใต้การนำของกลุ่มผู้บริหารหัวก้าวหน้า ผนวกความบ้าของอาจารย์ภาววิทย์ เราได้สรรค์สร้างความ Surprise สู่ตลาดมากมาย ตั้งแต่โครงการเปลี่ยนรายย่อยเป็นหมาป่า อย่าง The Stock Master ปี 1 และ ปี 2 และตามมาด้วย การนำนวัตกรรมใหม่ๆ อย่าง Robot (หุ่นยนต์บริหารเงิน) เข้ามาในเมืองไทยเป็นรายแรก รวมทั้งเครื่องมือการลงทุน การเปิด Bualuang Investment Station ศูนย์เปลี่ยนรายย่อยเป็นหมูป่า มีความรู้และรักษาตัวเองให้อยู่รอด ทุกวันนี้หลายๆ คนยืนงงเป็นไก่ตาแตกแล้วถามเราว่า “บัวหลวงทำสิ่งเหล่านี้ทำไม ลงทุนขนาดนี้เพื่ออะไร?”
เราตอบอย่างหล่อๆ ไปว่า ผลประโยชน์ของลูกค้า คือ กำไรที่ยั่งยืนระยะยาวของเราที่เดินร่วมไปกับลูกค้า เอาล่ะเล่ามายืดยาวเพื่อจะบอกว่า วันนี้เรามีอีกหนึ่งนวัตกรรมสำหรับคนออมในหุ้นให้เพิ่มผลตอบแทนในอัตราเร่ง ซึ่งก็คือ แต่น แต๊น!!!!
เครื่องมือ SBL บริการนี้ออกแบบเพื่อนักลงทุนที่ชอบถือหุ้นระยะยาวแบบกินปันผล ซึ่งเราเรียกว่า แนวออมในหุ้น ให้เพิ่มผลตอบแทนโดยการเอาหุ้นที่ออมอยู่ให้คนอื่นยืมไปซื้อขาย ซึ่งสิ่งที่เจ้าของหุ้นจะได้ก็คือ “ค่าให้ยืมหุ้น” คือ ได้ผลตอบแทนบวกเข้าไปอีก 3.5% จากปันผลที่เคยได้รับ (หากมีคนยืมหุ้นเราไปซื้อขาย) แค่นั้นแหละ คือเพิ่มผลตอบแทนจากการถือหุ้นเฉยๆ ก็เอาหุ้นไปให้เขายืมเท่านั้นแหละ เรียกว่า กลยุทธ์นั่งกระดิกเท้ารับเงินเพิ่ม (ชิล) ...ถ้าสนใจก็ติดต่อเจ้าหน้าที่การตลาดของบัวหลวงที่ท่านใช้บริการได้ว่า จะให้ทำ SBL ก็ประมาณนั้น จัดไป!!







