
‘บ้านปู’โชว์กำไร2.7พันล้าน
ถ่านหินจีนดีตอบแทนพันล้าน ทิปโก้แอสฟัลท์พุ่งเกินเท่าตัว
โพสต์ทูเดย์
— บ้านปูโชว์กำไร 2,719 ล้านบาทโตต่อเนื่อง ธุรกิจถ่านหินไฟฟ้าดี ศุภาลัยเพิ่ม 53% TASCO ขยายตัวเท่าตัว รายได้นิวไฮนายชนินท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู (BANPU) เปิดเผยว่า ในช่วง 3 เดือนแรกปีนี้บริษัทมีกำไรสุทธิ 2,719 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 66% จากไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากธุรกิจถ่านหินและโรงไฟฟ้าดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม หากเปรียบเทียบกับไตรมาสแรกของปีที่ผ่านมา กำไรสุทธิของไตรมาสแรกปีนี้กลับลดลง 2,080 ล้านบาท หรือ 43.36% เนื่องจากราคาขายถ่านหินเฉลี่ยที่ลดลง 21% มาอยู่ที่ระดับ 66.27 เหรียญสหรัฐต่อตัน เพราะปริมาณถ่านหินส่วนใหญ่ส่งมอบไตรมาสนี้ ได้ตกลงราคาล่วงหน้าในช่วงกลางปี 2552 ขณะที่ต้นทุนน้ำมันสูงขึ้นและการแข็งค่าของเงินบาท และบันทึกขาดทุนจากสัญญาซื้อขายถ่านหินล่วงหน้า (Coal Swap) 117 ล้านบาท เทียบกับกำไร 794 ล้านบาท
“
ไตรมาสแรกปีนี้บริษัทมีกำไรจากธุรกิจถ่านหิน 1,452 ล้านบาท ลดลง 60% จาก 3,654 ล้านบาท ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ส่วนธุรกิจไฟฟ้ามีกำไรสุทธิ 1,265 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 121 ล้านบาท หรือ 11% โดยโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี กลับมาดำเนินงานตามปกติหลังจากหยุดซ่อมบำรุงประจำปีเมื่อปลายปี 2552” นายชนินท์ กล่าวทั้งนี้ บริษัท บ้านปู รับรู้กำไรจากโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี จำนวน 998 ล้านบาท (รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 172 ล้านบาท) ขณะเดียวกันได้บันทึกกำไรสุทธิจากบริษัท Banpu Power Investment (China) หรือ BPIC ซึ่งดำเนินธุรกิจไฟฟ้าในประเทศจีน 173 ล้านบาท และเงินปันผลจากเงินลงทุนในบริษัทผลิตไฟฟ้าอีกแห่งหนึ่ง 250 ล้านบาท
“
ธุรกิจถ่านหินในประเทศจีนมีผลงานค่อนข้างดี โดยในไตรมาสแรกรับรู้กำไรจากธุรกิจถ่านหินในจีน 1,044 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 100% จากไตรมาส 4 ปี 2552 แต่ลดลง 8% จากงวดเดียวกันในปีก่อน” นายชนินท์ กล่าวบริษัท ศุภาลัย (SPALI) รายงานกำไรสุทธิ 831.44 ล้านบาท หรือ 0.48 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 53.62% จากกำไรสุทธิ 541.10 ล้านบาท หรือ 0.34% ทำให้มีมูลค่าหุ้นทางบัญชีเท่ากับ 5.05 บาท เพิ่มขึ้นจากจำนวน 4.56 บาทต่อหุ้น
ในช่วง 3 เดือนแรกปีนี้บริษัทมีรายได้รวม 3,194 ล้านบาท ขยายตัว 53% เมื่อเทียบกับจำนวน 2,094 ล้านบาท แต่อัตรากำไรสุทธิต่อรายได้รวม ทรงตัว 26%
ด้านบริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ (TASCO) มีกำไรสุทธิ 316.76 ล้านบาท หรือ 2.08 บาทต่อหุ้น ในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ เติบโต 138.02% จากกำไรสุทธิ 133.08 ล้านบาท หรือ 0.87 บาทต่อหุ้น
ทั้งนี้ บริษัทมีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 6,398.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 191.6% โดยมีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 6,398 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้รายไตรมาสที่สูงที่สุดตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท โดยเกิดจากยอดขายส่งออกไปยังต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในประเทศจีนและเวียดนาม ในขณะที่ยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้นมากจากแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม บริษัท โกลเบล็ก โฮลดิ้ง แมนเนจเม้นท์ (GBX) แย่ลง โดยไตรมาสแรกปีนี้ขาดทุนสุทธิ 31.44 ล้านบาท จากขาดทุนสุทธิ 28.29 ล้านบาทในระยะเดียวกันปีก่อน







