posttoday
เมกาเชฟลุยทั่วโลกปลายปีเปิดซีอิ๊วไฮโซ

เมกาเชฟลุยทั่วโลกปลายปีเปิดซีอิ๊วไฮโซ

12 พฤษภาคม 2553

โพสต์ทูเดย์ — เมกาเชฟ ทุ่ม 45 ล้านบาท ลุยต่างประเทศ ทั้งอเมริกา ยุโรป ไตรมาส 4 จ่อเปิดตัวซีอิ๊วระดับพรีเมียม

นายภาส นิธิปิติกาญจน์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สินวารีพัฒนา ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายน้ำปลาและซอสหอยนางรม ภายใต้แบรนด์ เมกาเชฟ เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทตั้งเป้าที่จะส่งน้ำปลาและซอสหอยนางรมเข้าไปบุกตลาดเครื่องปรุงในประเทศสหรัฐอเมริกาผ่านตัวแทนจำหน่าย โดยจะจัดจำหน่ายเข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ตสำหรับชาวเอเชีย รวมถึงการขาย หรือซับพลายวัตถุดิบ ให้กับผู้ผลิตเครื่องปรุงรายใหญ่ของสหรัฐอเมริกา อย่างแบรนด์ ไฮนซ์

นอกจากนี้ ยังเข้าไปนำเสนอสินค้าให้กับตัวแทนจำหน่ายสินค้ารายใหญ่ในประเทศอังกฤษอีกด้วย ซึ่งถือเป็นตลาดใหม่ของบริษัท ทั้งนี้เมื่อรวมกับยอดขายจากประเทศออสเตรเลียเมื่อปีที่ผ่านมา จะช่วยผลักดันให้สัดส่วนยอดขายจากตลาดต่างประเทศปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 10% จาก 5% ในปีที่ผ่านมา ส่วนอีก 90% เป็นยอดขายภายในประเทศ

“ยอดขายสินค้าในต่างประเทศของบริษัทในปีนี้จะแบ่งเป็นยอดขายจากน้ำปลาและซอสหอยนางรม อย่างละ 50% เท่าๆ กัน ซึ่งตลาดที่ใหญ่ที่สุดสำหรับสินค้าประเภทเครื่องปรุง คือ อเมริกา ที่คาดว่าจะมีสัดส่วนถึง 40% ของตลาดโลก ซึ่งเราตั้งเป้ายอดขายใน 510 ปี สำหรับตลาดนี้ไว้ที่ 200 ล้านบาท” นายภาส กล่าว

สำหรับการรุกตลาดต่างประเทศ บริษัทต้องลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตอีกราว 1520 ล้านบาท พร้อมกับงบส่งเสริมตลาดทั้งในและนอกประเทศอีก 1015 ล้านบาท และอีก 10 ล้านบาท เพื่อลงทุนผลิตซีอิ๊ว ภายใต้แบรนด์เมกาเชฟ ซึ่งจะจับตลาดพรีเมียม ซึ่งจะส่งออกด้วย โดยคาดว่าจะเปิดตัวในช่วงเทศกาลเจ หรือไตรมาส 4 ของปีนี้ รวมแล้วในปีนี้บริษัทจะต้องลงทุนราว 45 ล้านบาท

นายภาส เผยต่อว่า ซีอิ๊ว เมกาเชฟ จะเปิดตัวในประเทศไทยช่วงเดือน ต.ค. แต่บริษัทได้วางแผนที่จะส่งสินค้าดังกล่าวเข้าไปบุกตลาดต่างประเทศก่อน โดยจะทำตลาดไปพร้อมกับน้ำปลา และซอสหอยนางรม ในตลาดออสเตรเลีย อเมริกา และอังกฤษ

ขณะที่ภาพรวมยอดขายของบริษัทในปีนี้ตั้งเป้าไว้ที่ 130 ล้านบาท เติบโตจากปีที่ผ่านมา 30% และบริษัทตั้งเป้าที่จะเป็นผู้นำตลาดน้ำปลา ซอสหอยนางรมระดับพรีเมียมในประเทศไทยภายใน 35 ปี ด้วยอัตราการเติบโตอย่างน้อยปีละ 30%

ปัจจุบันคาดว่าตลาดรวมน้ำปลาในประเทศไทยน่าจะมีมูลค่าราว 4,0005,000 บาท เติบโตปีละ 5% ซึ่งในตลาดดังกล่าวมีตลาดน้ำปลาระดับพรีเมียมอยู่ราว 10% หรือ 500 ล้านบาทผู้นำตลาดดังกล่าวคือ น้ำปลาตราหอยนางรมด้วยส่วนแบ่งตลาด 30% เมกาเชฟ เป็นผู้นำตลาดอันดับ 2 ด้วยส่วนแบ่งตลาด 20% ส่วนตลาดซอสหอยนางรมในประเทศไทยน่าจะมีมูลค่าราว 2,500 ล้านบาท เติบโตปีละ 5% ผู้นำตลาดดังกล่าวคือ ซอสหอยนางรมตราสามแม่ครัว ที่คาดว่าน่าจะมีส่วนแบ่งตลาดราว 60 – 70%

นอกจากนี้ บริษัทมีแผนรับจ้างผลิตสินค้าประเภทน้ำปลา และซอสหอยนางรม ให้กับแบรนด์ซุปเปอร์มาร์เก็ต คือ โฮล ฟู้ด (Whole Food) และเทรด์เดอร์ โจ (Trader Joe) ของสหรัฐอีกด้วย

ส่วนตลาดภายในประเทศ บริษัทวางแผนที่จะขยายตลาดไปยังต่างจังหวัดให้มากขึ้น แม้ว่าในปัจจุบันสัดส่วนรายได้จากตลาดดังกล่าวจะอยู่ที่ 15% ก็ตาม แต่กลับมีอัตราการเติบโตถึง 20% ในปีที่ผ่านมา ดังนั้นจึงเป็นตลาดที่มีศักยภาพมาก เพียงแต่ตลาดในประเทศไทยต้องอาศัยการให้ความรู้กับผู้บริโภคถึงข้อดีและข้อเสียในการเลือกรับประทานน้ำปลาที่มีคุณภาพ เปรียบเทียบกับน้ำปลาที่ไม่มีคุณภาพ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ