posttoday
เหล้าสีขวดกว่า100ดันโซดากระจาย

เหล้าสีขวดกว่า100ดันโซดากระจาย

12 พฤษภาคม 2553

 

โพสต์ทูเดย์ — สิงห์ สบช่องเหล้าสีขวดละกว่า 100 บาท ช่วยดันยอดโซดาพุ่ง ลั่นเพิ่มผลิตอีก 20 ล้านลิตร เป็น 455 ล้านลิตร ฟุ้งยอดขายโซดาพุ่งกระฉูดผลิตสินค้าป้อนตลาดไม่ทัน รับอานิสงส์เหล้าสีหั่นราคาเหลือ 100 บาท เดินหน้าปั้มกำลังการผลิตเพิ่ม 20 ล้านลิตร รองรับตลาดโต พร้อมอัดงบกลุ่มนอนแอลกอฮอล์ตลอดปี 400 ลบ.

นายสันต์ ภิรมย์ภักดี ผู้จัดการกลุ่มการตลาดนันแอลกอฮอล์ บริษัท สิงห์ คอร์ปอเรชั่น ผู้ผลิตและทำตลาด เครื่องดื่ม เปิดเผยว่า ยอดขายของบริษัท 4 เดือนที่ผ่านมา เติบโตเกินเป้าหมายทุกกลุ่มสินค้า โดยเฉพาะโซดาสิงห์โตถึง 30% น้ำดื่มเพิ่ม 20% และน้ำดื่มเสริมสุขภาพบีอิ้งโต 14%

ทั้งนี้ ยอดขายโซดาสิงห์เพิ่มขึ้นมาก เพราะได้รับผลดีจากกลุ่มสุราสีที่พยายามตรึงราคาขายที่ขวดละกว่า 100 บาท ขณะน้ำเมาประเภทอื่นปรับขึ้นราคาตามภาษีที่ขึ้น ทำให้โซดาสิงห์ผลิตไม่พอ ต้องเพิ่มกำลังการผลิตอีก 20 ล้านลิตรต่อปี จากปัจจุบันผลิต 435 ล้านลิตรต่อปี ในโรงงานบางเลน จ.นครปฐม โดยตลาดไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นทำให้กำลังซื้อชะลอแต่อย่างใด

พร้อมกันนี้ บริษัทจะใช้งบตลาดกว่า 400 ล้านบาท ทำตลาดกลุ่มนันแอลกฮอล์ ได้แก่ โซดาสิงห์ น้ำดื่มสิงห์ และบีอิ้งตลอดปี ช่วงไตรมาส 2 นี้ใช้งบกว่า 100 ล้านบาท เปิดตัว บีอิ้ง อายแคร์ สูตรมิกซ์เบอร์รี 5 ชนิด เพื่อเจาะตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่ใส่ใจสุขภาพ ที่นำนุ่นและต๊อดมาเป็นพรีเซนเตอร์ ตลาด ทั้งออกโฆษณาชุดใหม่ เดินสายจัดคาราวานสินค้าไปตามโรงเรียนต่างๆ เพื่อสร้างแบรนด์ เพื่อให้ได้ยอดเพิ่มตามเป้า 33% มีส่วนแบ่งจาก 12% เป็น 15% ของตลาดฟังก์ชันนัลดริงก์ 4,200 ล้านบาทและกระตุ้นยอดขาย มั่นใจว่าจะสร้างยอดขายบีอิ้ง เติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 33% และสามารถครองส่วนแบ่งในตลาดเครื่องดื่มเสริมสุขภาพ (ฟังก์ชั่นนอลดริ้งค์) ได้ 15% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีส่วนแบ่งการตลาด 12% โดยตลาดรวม ฟังก์ชั่นนอลดริ้งค์ มีมูลค่ารวม 4,200 ล้านบาท ในปีก่อนเติบโตสูงถึง 355% เป็นผลมาจากผู้บริโภคหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพมากขึ้นและการแข่งขันในตลาดที่รุนแรงมาก

ขณะเดียวกันบริษัทอยู่ระหว่างเจรจาเปิดตลาดบีอิ้งในต่างประเทศ ทั้งที่ สิงคโปร์ มาเลเซีย และฮ่องกง โดยผ่านตัวแทนยกระจายสินค้าในต่างประเทศ คือ ดีทแฮล์ม และในปัจจุบัน ได้นำบีอิ้งได้วางตลาดแล้วในประเทศเพื่อนบ้านได้แก่ กัมพูชา และลาว ประสบความสำเร็จได้อย่างน่าพอใจ ส่วนตลาดรวมฟังก์ชั่นนอลดริ้งค์ ในปีนี้คาดว่าจะเติบโตไม่ต่ำกว่าปีก่อน และผู้นำในตลาดปัจจุบันคือ บิวตี้ ดริ้งค์ มีส่วนแบ่งการตลาด 65% รองลงมาบีอิ้ง 12% อามิโนโอเค 9%

สำหรับธุรกิจร้านอาหารในเครือที่ชื่อ เอส 33 หลังจากเปิดสาขาแรกที่คริสตัล ดีไซน์ ต่อไปจะเปิดที่พระราม 9 มีสหรัฐและออสเตรเลียจะขอซื้อแฟรนไชส์

นายสันต์ กล่าวว่า จากภาพรวมทำให้รายได้กลุ่มนันแอลกอฮอล์ของบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ เพิ่มสัดส่วนจาก 10% เป็น 20% ของบริษัทถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี และในปัจจุบันมีบริษัทในฮออลีวู้ด ประเทศสหรัฐ และประเทศออสเตรเลีย ติดต่อขอซื้อแฟรนไชส์ ไปเปิดในต่างประเทศด้วย คาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็วๆ นี้ ส่วนสาขาในประเทศจะเปิดที่พระราม 9 มั่นใจจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ธุรกิจของบริษัทในกลุ่ม นอนแอลกอฮอล์ได้มากขึ้น และวางเป้าหมายว่าภายใน 5 ปีข้างหน้า สัดส่วนยอดขายจากกลุ่มนอนแอลกอฮอล์จะมีสัดส่วน 20% ของยอดขายรวมทั้งบริษัท จากปัจจุบันอยู่ที่ 10%

สำหรับเป้าหมายรวมยอดขายของบริษัทในปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 90,000 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อน และยอดขายมาจากกลุ่มนอนแอลกอฮอล์ จะอยู่ประมาณ 10,000 บาท ซึ่งกลุ่มสินค้าที่สร้างยอดขายได้มากที่สุดเป็น โซดาสิงห์ 5,000 ล้านบาท รองลงมาเป็น น้ำดื่ม 4,000 ล้านบาท และบีอิ้ง 300 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ