
ห่วงการเมืองลากยาวฉุดเศรษฐกิจดิ่ง
ประสานเสียงเร่งจบปัญหาการเมือง ชี้หากยืดเยื้อนานเกิน 6 เดือน จีดีพีโตไม่เกิน 3%
ประสานเสียงเร่งจบปัญหาการเมือง ชี้หากยืดเยื้อนานเกิน 6 เดือน จีดีพีโตไม่เกิน 3%
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กล่าวในงานสัมมนาเศรษฐกิจ “SCB Investment Symposium 2014 : Change Ahead เปิดมุมคิดพิชิตความเปลี่ยนแปลงสู่ชัยชนะการลงทุน” ว่า เศรษฐกิจไทยในเวลานี้เริ่มได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมืองชัดเจนขึ้นแล้ว เห็นได้จากจำนวนนักท่องเที่ยวตั้งแต่ต้นปีจนถึง 25 ก.พ. ที่ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 20% ขณะที่อัตราการนำเข้าก็ปรับตัวลดลง 25% โดยส่วนใหญ่เป็นการลดลงในหมวดสินค้าคงทน สะท้อนว่าเอกชนไม่มั่นใจต่อภาวะเศรษฐกิจในระยะข้างหน้าจึงชะลอการลงทุน
"ถ้าปัญหาการเมืองยาวนานกว่า 6 เดือน จีดีพีปีนี้คงโตได้ไม่เกิน 3% เพราะการเมืองจะส่งผลกระทบใน 5 ด้านหลัก คือ จำนวนนักท่องเที่ยว การเบิกจ่ายงบลงทุน ความเชื่อมั่นของเอกชน ความมั่นใจของผู้บริโภคและความเชื่อมั่นของต่างประเทศ" นายเอกนิติ กล่าว
อย่างไรก็ดี ยังมองว่าในกรณีเลวร้ายสุดเศรษฐกิจไทยก็จะยังเติบโตเป็นบวกไม่ติดลบ เพราะโครงสร้างของจีดีพีไทยพึ่งพาการส่งออกสูงถึง 73% ดังนั้น หากเศรษฐกิจโลกยังมีแนวโน้มฟื้นตัวเศรษฐกิจไทยก็ยังน่าจะประคองตัวได้ แม้ในเดือนม.ค.ที่ผ่านมาภาพรวมการส่งออกจะติดลบ 2% แต่การส่งออกไปสหรัฐ ญี่ปุ่นและยุโรปยังเป็นบวก
นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย กล่าวว่า ขณะนี้นักเศรษฐศาสตร์ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยปี 2557 จะมีอัตราเติบโตที่ลดลง เฉลี่ยอยู่ที่ 2.5-3% จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโต 3-4% ซึ่งแม้ตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักของไทยจะอยู่ที่ภาคการส่งออก แต่การส่งออกเดือนมกราคม 2557 พบว่าติดลบ ภาคการส่งออกจึงอาจไม่ใช่ตัวหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดี หากสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศยุติลงภายใน 2-3 เดือนต่อจากนี้ จะทำให้เศรษฐกิจไทยอยู่ในสภาวะที่ดีขึ้น
"มองว่าหุ้นไทยปี 2557 จะอยู่ในระดับ 1,400-1,500 จุด บนพื้นฐานสถานการณ์ทางการเมืองที่ยุติลงโดยเร็ว แต่หุ้นไทยจะไม่หวือหวามากกว่านี้ไม่ว่าจะมีรัฐบาลชุดใดมา เพราะสิ่งแรกที่จะมีการแก้ไข คือ การปฏิรูปการเมือง ขณะที่การแก้ไขรองลงมา คือ การแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจ" นายไพบูลย์กล่าว







