
คลั่ง ‘เซลฟี่’ เสี่ยงติดเหา
ใครจะเชื่อว่า กระแส “เซลฟี่” หรือการคลั่งไคล้การถ่ายรูปตัวเองแล้วโพสต์โชว์ลงบนสื่อสังคมออนไลน์นั้น ไม่เพียงแต่มีพิษภัยกระทบต่อสุขภาพจิต ให้กลายเป็นคนขาดความมั่นใจรุนแรง จนบางครั้งอาจถึงขั้นป่วยเป็นโรคซึมเศร้า หากไม่ได้รับฟีดแบ็กที่ต้องการแล้ว
ใครจะเชื่อว่า กระแส “เซลฟี่” หรือการคลั่งไคล้การถ่ายรูปตัวเองแล้วโพสต์โชว์ลงบนสื่อสังคมออนไลน์นั้น ไม่เพียงแต่มีพิษภัยกระทบต่อสุขภาพจิต ให้กลายเป็นคนขาดความมั่นใจรุนแรง จนบางครั้งอาจถึงขั้นป่วยเป็นโรคซึมเศร้า หากไม่ได้รับฟีดแบ็กที่ต้องการแล้ว
การถ่ายรูปตัวเองบ่อยครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเซลฟี่พร้อมกับเพื่อนหลายๆ คน ยังอาจเสี่ยงติดเหาโดยไม่รู้ตัว!
ยืนยันได้จากคำบอกเล่าของ แมรี แมคคิวแลน ผู้เชี่ยวชาญด้านการกำจัดเหาในลอสแองเจลิสของสหรัฐ ที่ระบุว่า นับตั้งแต่เกิดกระแสคลั่งถ่ายเซลฟี่ จำนวนของวัยรุ่นที่ติดเหา ที่เข้ามารับการรักษาที่คลินิกนั้น พุ่งสูงขึ้นจนน่าตกใจ อันเป็นผลพวงมาจากการที่เด็กวัยรุ่นมักอยู่ใกล้ชิดกันมากขณะถ่ายรูปเซลฟี่ จนทำให้เกิดการแพร่กระจายของเหาอย่างรุนแรงและรวดเร็วนั่นเอง
“เหาจะไม่กระโดดหรือบิน แต่จะแพร่กระจายผ่านจากการสัมผัสกันของศีรษะ โดยวัยรุ่นที่เข้ามารับการรักษาที่คลินิกของฉัน ต่างบอกว่า เจ้าตัวถ่ายภาพเซลฟี่กับเพื่อนทุกๆ วัน” แมคคิวแลน ระบุ
กระนั้นก็ตาม จนถึงขณะนี้ทางแพทย์ยังคงไม่สามารถยืนยันถึงสาเหตุของการแพร่กระจายของเหาในกลุ่มวัยรุ่นอเมริกันในปัจจุบันว่ามีสาเหตุมาจากการถ่ายเซลฟี่จริงหรือไม่
นิก เซลาโน แพทย์ประจำศูนย์การแพทย์ลอสแองเจลิส มองว่าสมมติฐานดังกล่าวไม่น่าเป็นไปได้ เนื่องจากการติดเหาต้องเกิดจากการที่บุคคลหนึ่งอยู่ใกล้ชิดหรือสัมผัสกับบุคคลที่เป็นเหาเป็นระยะเวลาหนึ่ง และผ่านการใช้หวี หมวก และหมอนร่วมกันมากกว่าการอยู่ใกล้ชิดกันเพียงชั่วครู่ในการถ่ายรูปเซลฟี่
อย่างไรก็แล้วแต่ เพื่อเป็นการป้องกันตัวเอง จากความเสี่ยงที่จะเป็นโรคซึมเศร้าและโรคเหาไว้ก่อน ก็ควร “เซลฟี่” อย่างพอดีๆ ก็คงจะดีที่สุด







