posttoday
SME ควรรู้ กรณีพม่า

SME ควรรู้ กรณีพม่า

26 กุมภาพันธ์ 2557

ในปี 2555-2556 ที่ผ่านมา สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ได้ทำการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคใน AEC เพื่อใช้เป็นข้อมูลสำหรับ SME ที่ต้องการขยายสาขาเข้าไปในภูมิภาค

ในปี 2555-2556 ที่ผ่านมา สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ได้ทำการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคใน AEC เพื่อใช้เป็นข้อมูลสำหรับ SME ที่ต้องการขยายสาขาเข้าไปในภูมิภาค

โดยระยะที่ 1 เน้นอินโดนีเซีย มาเลเซีย จีน ส่วนระยะที่ 2 (2556) เน้นพม่า และลาว โดยโฟกัสสินค้าที่ SME ไทยมีศักยภาพสูง ได้แก่ อาหาร เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน

สำหรับการศึกษาครั้งนี้เป็นกลุ่มตัวอย่างชาวพม่าจำนวน 400 คน เป็นชายและหญิงใกล้เคียงกัน ส่วนใหญ่ตัวอย่างอายุ 3039 และ 4049 ปี ด้านรายได้กว่าครึ่งหนึ่งมีรายได้ระดับปานกลางล่าง คือ ไม่เกิน 5,000 บาทต่อเดือน รองลงมาคือ รายได้ปานกลางคือ ไม่เกิน 1.5 หมื่นบาทต่อเดือน ส่วนรายได้ครัวเรือนอยู่ที่ประมาณ 10,0012.5 หมื่นบาท รองลงมาจะมีรายได้ครัวเรือนสูงกว่า 2.5 หมื่นบาท

ส่วนอาชีพของกลุ่มตัวอย่าง 1 ใน 3 เป็นพนักงานบริษัทเอกชน รองลงมาเป็นผู้ประกอบการขนาดเล็กและพนักงานของรัฐ และกว่าร้อยละ 60 ของกลุ่มตัวอย่างสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี รองลงมาประมาณร้อยละ 18 สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย/ปวช.

ชาวพม่ากว่าร้อยละ 95 ประกอบอาหารเองในบ้านทุกวัน/เกือบทุกวัน โดยเครื่องใช้ในครัว พบว่า เกือบทุกครัวเรือนมีเตาแก๊ส/เตาไฟฟ้า ตู้เย็นและเครื่องต้มน้ำ มีประมาณ 1 ใน 4 ของกลุ่มตัวอย่างที่มีเตาไมโครเวฟในบ้าน โดย 1 ใน 4 ของกลุ่มตัวอย่าง บอกว่า พ่อแม่ เป็นผู้ประกอบอาหาร ซึ่งอาหารที่ประกอบเพื่อรับประทานในบ้านมักเป็นอาหารท้องถิ่นทั่วๆ ไป

การเก็บอาหารของกลุ่มตัวอย่างชาวพม่า พบว่า เกือบทั้งหมดจะเก็บตุนอาหารประเภทข้าว น้ำตาล เครื่องปรุงรสต่างๆ เช่น น้ำปลา ซอส น้ำมัน ซึ่งเป็นอาหารไม่เน่าเสียและสามารถซื้อเก็บไว้ระยะยาว รองลงมาคือ ผักผลไม้ และอาหารแห้งอาหารกระป๋อง ที่สามารถซื้อมาเก็บไว้เพื่อบริโภคระยะเวลาสั้นๆ ได้ อาหารที่กลุ่มตัวอย่างไม่ค่อยเป็นไว้บริโภค ได้แก่ อาหารประเภทเนื้อสัตว์ อาหารพร้อมรับประทาน

ผลการศึกษาพบว่า มีกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 9 เท่านั้น ที่รับประทานอาหารแช่แข็งและเก็บไว้ที่บ้าน สอดคล้องกับการวิจัยเชิงปริมาณที่พบว่าชาวพม่านิยมซื้ออาหารสดจากตลาดและไปจ่ายตลาดเกือบทุกวัน อย่างไรก็ตาม เมื่อแยกกลุ่มตัวอย่างตามระดับรายได้ พบว่า กว่าร้อยละ 50 ของกลุ่มตัวอย่างที่มีรายได้ปานกลางสูง และกลุ่มรายได้สูง มีการเก็บอาหารประเภทอาหารพร้อมรับประทานไว้ในบ้าน ส่วนอาหารแช่แข็งประมาณร้อยละ 19 ของกลุ่มตัวอย่างที่มีรายได้สูงก็มีอาหารแช่แข็งเก็บไว้ในบ้าน

ขณะที่อาหารประเภทเนื้อสัตว์ เนื้อสัตว์แช่เย็นแช่แข็ง กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 60 แทบไม่เคยซื้อเลย อีกร้อยละ 23 ซื้อทุกๆ สัปดาห์ โดยพบว่าชาวพม่านิยมไปซื้ออาหารสดและเนื้อสัตว์จากตลาดสดมากกว่าซื้อเนื้อสัตว์แช่แข็ง สำหรับสถานที่ซื้อเนื้อสัตว์แช่แข็งยังนิยมซื้อจากตลาดสดและซูเปอร์มาร์เก็ต สำหรับอาหารประเภทผักสด กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่นิยมซื้อเกือบทุกวันจากตลาดสดเป็นหลัก ทั้งนี้ เพราะราคาถูก

ด้านผลไม้กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่จะซื้อทุกๆ สัปดาห์ จากตลาดสดเป็นหลัก สำหรับเครื่องปรุงรสต่างๆ น้ำตาล น้ำปลา น้ำมันและซอสนั้น ส่วนใหญ่จะซื้อ 12 ครั้งต่อเดือนจากตลาดสดและร้านขายของชำเป็นหลัก เช่นเดียวกับอาหารแห้งและอาหารกระป๋อง ที่ส่วนใหญ่ซื้อเดือนละ 1-2 ครั้ง และจะซื้อจากซูเปอร์มาร์เก็ตเป็นหลัก

ในส่วนของอาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน ส่วนใหญ่แทบไม่ได้ซื้อมาบริโภคเลย มีประมาณ 1 ใน 4 ของกลุ่มตัวอย่างที่ซื้อมาบริโภคทุกเดือน และอีกร้อยละ 21 ซื้อมาบริโภคทุกสัปดาห์ โดยซื้อจากซูเปอร์มาร์เก็ตเป็นหลัก ส่วนอาหารแช่แข็ง อาหารไมโครเวฟ ประมาณร้อยละ 86 แทบจะไม่ซื้อมารับประทานเลย n

(อ่านต่อสัปดาห์ต่อไป)

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก