
MINT มีกำไร 600 ล้านบาทไตรมาสแรก
MINT มีกำไรสุทธิ 600 ล้ำนบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 50 ในไตรมาส 1 ปี 2553
MINT มีกำไรสุทธิ 600 ล้ำนบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 50 ในไตรมาส 1 ปี 2553
ในไตรมาส 1 ปี 2553 บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จากัด (มหาชน) (“MINT”) มีกาไรสุทธิ 600 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ50 ขณะที่มีรายได้รวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 23 เนื่องจากธุรกิจโรงแรมและธุรกิจอาหารของ MINT มีผลการดาเนินงานที่แข็งแกร่ง ดังจะเห็นได้จากกาไรจากการดาเนินงาน (EBITDA) ของธุรกิจโรงแรมและธุรกิจอาหารเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 และร้อยละ 23 ตามลาดับ เป็นผลสืบเนื่องจากในไตรมาสนี้ กิจกรรมการเดินทางและท่องเที่ยวมีการปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับบรรยากาศทางการเมืองภายในประเทศค่อนข้างมีเสถียรภาพ
ธุรกิจโรงแรมของ MINT ในไตรมาส 1 ปี 2553 ได้รับผลดีจากการฟื้นตัวของกิจกรรมการท่องเที่ยวเดินทางและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลก เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้นและเสถียรภาพทางการเมืองภายในประเทศ ทาให้อัตราการเข้าพักโดยเฉลี่ยของโรงแรมทั้งหมดในเครือ เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 59 มาอยู่ที่ระดับร้อยละ 61 รายได้จากธุรกิจโรงแรม เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 อย่างไรก็ดี จากความตึงเครียดทางการเมืองประกอบกับความรุนแรงที่เกิดขึ้นที่กรุงเทพมหานครในเดือนเมษายน กลับมาเป็นปัจจัยกดดันต่อการดาเนินธุรกิจอีกครั้ง
แต่ทั้งนี้ เป็นที่ทราบกันดีว่า ช่วงในไตรมาส 2 และ3 ของทุกปีของประเทศไทยจะเป็นช่วงนอกฤดูการท่องเที่ยว MINT คาดหวังว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะสามารถคลี่คลายภายในเดือนตุลาคมซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของฤดูการท่องเที่ยว ซึ่งจะทาให้ธุรกิจโรงแรมจะกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้งในครึ่งปีหลัง เนื่องจากการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลก และ MINT มีแผนที่จะเปิดให้บริการโรงแรมใหม่ 2 แห่ง ได้แก่ เซ็นต์ รีจิส โอเท็ล กรุงเทพ และอนันตรา รีสอร์ท ที่มัลดีฟส์
ในไตรมาส 1 ปี 2553 ที่ผ่านมา ธุรกิจอาหารของ MINT มีรายได้รวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 9 และกาไรจากการดาเนินงาน (EBITDA) เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 23 จากความสาเร็จในการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพทาให้ความสามารถในการทาทาากาไร (EBITDA Margin) ปรับตัวสูงขึ้นจากร้อยละ 14 เป็นร้อยละ 16 แม้ว่าจะต้องเผชิญกับความไม่มั่นคงทางการเมืองภายในแระเทศ แต่ธุรกิจอาหารของ MINT แสดงผลการดาเนินงานที่แข็งแกร่งโดยมีกาไรจากการดาเนินเนินงาน (EBITDA) คิดเป็นร้อยละ 40 ของกาไรจากการดาเนินเนินงานโดยรวมของ MINT
นอกจากนี้ จากการที่ MINT เข้าถือหุ้นใน MINOR สัดส่วนร้อยละ 99.92 ในไตรมาส 2 ปี 2552 ทาให้ MINT มีรายได้จากการจัดทางบการเงินรวมกับ MINOR ในช่วงครึ่งปีหลัง และส่งผลให้ MINT มีรายได้เพิ่มเติมเข้ามาในไตรมาสนี้ถึง 695 ล้านบาท ณ ปัจจุบัน MINT เป็นผู้จัดจาหน่ายสินค้าไลฟ์ไตล์แบรนด์ชั้นนา ได้แก่ Esprit Bossini Tumi Charles & Keith และ Gap ในเดือนมีนาคม ได้เปิดร้าน Gap สาขาแรกในกรุงเทพ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ดังจะเห็นได้จากยอดขายในช่วงอาทิตย์แรกที่เปิดตัวสูงถึง 1.2 ล้านบาทต่อวัน







