
รัฐ-เอกชน พลิกเกมงานแฟร์ดันรายได้ฝ่าวิกฤต
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
ขณะที่สถานการณ์ในประเทศไทยเกิดภาวะไม่ปกติจากการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. รวมถึงการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยิ่งซ้ำเติมความเชื่อมั่นของนักลงทุนและคู่ค้าจากต่างประเทศ ทำให้หลายกลุ่มอุตสาหกรรมเริ่มได้รับผลกระทบ
เมื่อธุรกิจยังต้องเดินหน้าต่อ ผู้ประกอบการจึงต้องดิ้นทุกทางเพื่อให้สามารถขายของได้ การจัดงานแสดงสินค้า เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะทำให้ผู้ซื้อเจอกับผู้ขายโดยตรง และเป็นความหวังว่าจะมีรายได้เข้ามาเสริมสภาพคล่องในภาวะวิกฤตเช่นนี้
ด้านหนึ่ง ภาครัฐ โดยหน่วยงานอย่างกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ อัมพวัน พิชาลัย รองอธิบดี กล่าวว่า ยังเดินหน้าจัดงานแสดงสินค้าขนาดใหญ่อย่างน้อย 7 งานในปีนี้ โดยความร่วมมือระหว่างแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมและสมาคมต่างๆ อาทิ บางกอกเจมส์ แอนด์ จิวเวลรี่ แฟร์ งานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ระดับนานาชาติ งานแสดงสินค้าแฟชั่นและเครื่องหนัง และงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์
“มีลูกค้าต่างชาติสอบถามถึงเหตุการณ์ทางการเมืองในประเทศไทย และบางรายมีความกังวล แต่กรมฯ ร่วมมือกับภาคเอกชนชี้แจงต่อคู่ค้าในต่างประเทศอยู่ตลอดเวลา”
อดิศร์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้จัดการสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ กล่าวว่า การจัดงานบางกอกเจมส์ แอนด์ จิวเวลรี่ แฟร์ งานแรกของปี วันที่ 25 ก.พ.-1 มี.ค.นี้ สมาคมฯ ได้ทำงานร่วมกับกรมส่งเสริมการค้าฯ อย่างใกล้ชิด เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจกับคู่ค้าต่างประเทศ และส่งข่าวไปยัง 60 เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับอัญมณีและเครื่องประดับถึงสถานการณ์ในประเทศ ส่งผลให้คู่ค้าต่างชาติมีความเชื่อมั่นมากขึ้น
ขณะนี้ยอดจองพื้นที่จัดงานเต็ม 3,000 บูธ แบ่งเป็น คนไทย 80% และต่างชาติ 20% คาดว่าจะมีคู่ค้าจากต่างชาติ (บายเออร์) เข้ามาร่วมงาน 1.2 หมื่นคน ทั้งจากประเทศสหรัฐ ยุโรป เอเชีย ออสเตรเลีย และมีเงินสะพัดกว่า 8 หมื่นล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อน หรือลดลงไม่เกิน 5%
ด้าน สุวิทย์ จตุจินดา นายกสมาคมพ่อค้าผ้าไทย (สำเพ็ง) กล่าวว่า ขณะที่ยอดขายผ้าในพื้นที่สำเพ็งลดลง 2030% จากสถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้น และคาดว่าสถานการณ์จะทรงตัวอย่างนี้ในช่วงครึ่งปีแรก สมาคมฯ ต้องปรับกลยุทธ์ทั้งพาสมาชิกไปพบปะลูกค้าในต่างประเทศ รวมทั้งหาตลาดใหม่ๆ ผ่านงานแสดงสินค้าต่างทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งเป็นเวทีที่จะทำให้ผู้ซื้อกับผู้ขายได้พบปะกันโดยตรง
“สมาชิกส่วนหนึ่งมีความกังวลว่าคู้ค้าต่างชาติจะไม่เดินทางเข้ามา อาจจะไม่ไปออกบูธ แต่ยิ่งไม่เข้าร่วมยิ่งไม่ดี งานแบบนี้ได้มากบ้าง น้อยบ้าง ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย” สุวิทย์ กล่าว
แต่ทั้งนี้ หากลูกค้าต่างชาติชะลอตัวเชื่อว่าจะลดลงประมาณ 5% ส่วนลูกค้าคนไทยคาดว่าจะมาร่วมงาน 30,000 คน เชื่อว่า งานนนี้จะสร้างเม็ดเงินจากการซื้อขายสินค้าได้ประมาณ 80,000 ล้านบาท
1.งานแสดงสินค้าอัฐมณีและเครื่องประดับ (บางกอกเจมส์ แอนด์ จิวเวลรี่ แฟร์) จัดขึ้นที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี จัดวันที่ 25 ก.พ.-1 มี.ค. ,2.งานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ ระดับนานาชาติ (TIFF 2014) วันที่ 12-16 มี.ค. ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี, 3. งานแสดงสินค๎าแฟชั่นและเครื่องหนัง 2557 (BIFF&BIL) วันที่ 12-16 มี.ค. ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี 4.งานสินค้าไลฟ์สไตล์ระดับนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน (BIG&BIH) วันที่ 1923 เม.ย. ที่ไบเทค บางนา
5.งานแสดงสินค้ายานยนต์ชิ้นส่วน อะไหล่ยานยนต์และอุปกรณ์ตกแต่ง 2557 (TAPA 2014) วันที่ 28 เม.ย.-1 พ.ค. ไบเทค บางนา , 6.งานแสดงอาหารระดับนานาชาติ หรือ ไทยเฟกซ์ วันที่ 21-25 พ.ค. อิมแพ็ค เมืองทองธานี , 7.งานแสดงสินค้าโลจิสติกส์ 2557 (TILOC 2014) วันที่ 36 ก.ย. ที่ไบเทค บางนา และ 8.งานงานสินค้าไลฟ์สไตล์ระดับนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ( BIG & BIH) จัดวันที่ 19-23 ต.ค.ที่ ไบเทค บางนา
“อัมพวัน พิชาลัย” รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า จัดงานแสดงสินค้านาชาติในประเทศไทยจำนวน 8 งานในปีนี้ ยังเป็นไปตามแผนงานเดิมที่วางไว้ แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมามีลูกค้าต่างชาติสอบถามถึงเหตุการณ์ทางการเมืองในประเทศไทย และบางรายมีความกังวล แต่ยังไม่มีลูกค้าต่างชาติที่จะชะลอเดินทางเข้ามาร่วมงานแสดงสินค้าในไทย โดยกรมได้ทำงานร่วมมือกับภาคเอกชนและชี้แจงต่อคู่ค้าในต่างประเทศให้เข้าถึงสถานการณ์ในประเทศไทย
“อดิศร อิศรางกูร ณ อยุธยา” ผู้จัดการสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ กล่าวถึง การจัดงาน บางกอกเจมส์ แอนด์ จิลเวลี่ แฟร์ งานแรกของปี ที่จัดขึ้นวันที่ 25 ก.พ.1 มี.ค. ว่า ได้ทำงานร่วมกับกรมส่งเสริมการค้าฯ อย่างใกล้ชิด เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจกับคู่ค้าต่างประเทศ และส่งข่าวไปยัง 60 เว็บไซด์ที่เกี่ยวข้องกับอัญมณีและเครื่องประดับถึงสถานการณ์ในประเทศไทย ส่งผลดีให้คู่ค้าต่างชาติมีความเชื่อมั่น และส่งผลดีให้มียอดจองพื้นที่จัดงานเต็ม 3,000 บูธแล้ว แบ่งเป็น คนไทย 80% และต่างชาติ 20% คาดว่าจะมีคู่ค้าจากต่างชาติ (บายเออร์) เข้ามาร่วมงาน 12,000 คน ทั้งจากประเทศ สหรัฐ ยุโรป เอเชีย ออสเตรเลีย แต่ทั้งนี้ หากลูกค้าต่างชาติชะลอตัวเชื่อว่าจะลดลงประมาณ 5% ส่วนลูกค้าคนไทยคาดว่าจะมาร่วมงาน 30,000 คน เชื่อว่า งานนนี้จะสร้างเม็ดเงินจากการซื้อขายสินค้าได้ประมาณ 80,000 ล้านบาท
“จิรบูลย์ วิทยสิงห์” เลขาธิการสมาพันธ์ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ไทย กล่าวถึง การจัดงาน งานมหกรรมแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ระดับนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน BIG&BIH ในเดือน เม.ย.นี้ จะมีผู้ประกอบการไทยมาร่วมออกงาน 1,4001,500 บูธ โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการคนไทย โดยสมาคมฯ ได้ร่วมมือกับกรมส่งเสริมการค้าฯ เพื่อกระตุ้นความเชื่อมั่นทั้งผู้ประกอบการคนไทย และลูกค้าต่างชาติที่จะเข้ามาชมงาน โดยมุ่งตลาดประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ทดแทนลูกค้าไกลที่อาจชะลอตัวลง จึงมั่นใจว่า จะมีคู่ค้ามาร่วมงาน 12,000 คน มีเม็ดเงินจากการซื้อสินค้า 800-1,000 ล้านบาท
“วีระชัย คุณาวิชยานนท์” ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า การจัดงาน แสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ TIFF 2014 ที่มีขึ้นในวันที่ 12-16 มี.ค. ได้ปรับแผนมามุ่งทำกิจกรรมการตลาดกับลูกค้าในอาเซียน และเอเชียมากขึ้น เพราะเป็นประเทศที่อยู่ใกล้กับประเทศไทย จึงมีความเข้าใจสถานการณ์ในประเทศไทยเป็นอย่างดี จึงคาดว่า ปีนี้จะมีคู่ค้าจากต่างประเทศมาร่วมงาน 4,000-5,000 คน และมีคนไทยเข้ามาร่วมงาน 40,000 คนใกล้เคียงกับปีก่อน
“จิรวัฒน์ ตั้งกิจงามวงศ์” เลขาธิการสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องเรือนไทย กล่าวว่า การจัดงาน TIFF ที่ปรับแผนมารุกตลาดหาคู่ค้าในอาเซียนและในประเทศเพื่อนบ้าน เพราะในประเทศเพื่อนบ้านตลาดอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจโรงแรม และก่อสร้างเติบโตสูงมาก ทำให้ตลาดต้องการสินค้าเฟอร์นิเจอร์ระดับสูง ทำให้มั่นใจว่า งานนี้จะมีลูกค้าต่างชาติเข้ามาร่วมงานในจำนวนใกล้เคียงกับปีก่อน และในปีนี้ได้ทำโครงการ เอสเอ็มอีนิวเวฟ นำเอสเอ็มอีรายใหม่ มีสินค้าเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ใหม่มาร่วมงาน 50 ราย
ภาคเอกชนและภาครัฐต่างยืนยันที่จัดงานแสดงสินค้านานาชาติในไทยตามกำหนดการเดิม แม้ว่า งานหลักที่จัดต้นปีอย่าง งานแสดงสินค้าอัฐมณีและเครื่องประดับ ต้องเลื่อนวันจัดเล็กน้อย แต่ก็ยังจัดงานตามปกติ หลังจากได้ทำความเข้าใจกับคู่ค้าในต่างประเทศให้เข้าใจตรงกัน เพราะหากไม่จัดงานจะต้องกระทบต่อผู้ผลิตสินค้าเพื่อส่งออก เพราะการจัดงานแต่ละประเทศจะเรียงคิวไปในประเทศของอาเซียน หรือบางงานจัดพร้อมกัน ซึ่งจะมีคู่ค้าจากต่างชาติเดินทางมาสั่งซื้อสินค้าในแต่ละประเทศ
เอกชนต่างลุ้นกันต่อไปว่า 8 งานที่จัดในปีนี้ อาจเป็นความหวังเพื่อเรียกความเชื่อมั่นของประเทศไทยกลับคืนมา และจะเป็นแรงผลักดันให้การส่งออกให้กลับมาเติบโตได้ดีอีกครั้ง
ด้วยทิศทางตลาดส่งออกในปีนี้มีแนวโน้มดีกว่าปีที่ผ่านมา แม้สถานการณ์การเมืองในประเทศยังเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อผู้ประกอบการ แต่หากไม่จัดงานจะต้องกระทบต่อผู้ผลิตสินค้าเพื่อส่งออก เพราะการจัดงานแสดงสินค้าดังกล่าวจะจัดต่อเนื่องไปในแต่ละประเทศของอาเซียน เป็นโอกาสที่คู่ค้าต่างชาติจะเดินทางเข้ามาสั่งซื้อสินค้า
ต้องลุ้นต่อไปว่า 7-8 งานที่จะจัดขึ้นในปีนี้จะเป็นแรงผลักดันให้การส่งออกให้กลับมาเติบโตได้ดีอีกครั้ง รวมทั้งจะเป็นความหวังที่จะเรียกความเชื่อมั่นของประเทศไทยกลับคืนมาได้หรือไม่หรือบางงานจัดพร้อมกัน ซึ่งจะมีคู่ค้าจากต่างชาติเดินทางมาสั่งซื้อสินค้าในแต่ละประเทศ เอกชนต่างลุ้นกันต่อไปว่า 8 งานที่จัดในปีนี้ อาจเป็นความหวังเพื่อเรียกความเชื่อมั่นของประเทศไทยกลับคืนมา และจะเป็นแรงผลักดันให้การส่งออกให้กลับมาเติบโตได้ดีอีกครั้ง







