
นักการเมืองบุกสื่อใหม่นับถอยหลังลุยศึกเลือกตั้ง
การที่นายกรัฐมนตรี ออกมากำหนดวันเลือกตั้ง ทำให้นักการเมืองเริ่มตื่นตัวทำแคมเปญหาเสียง คาดภายในเดือน พ.ค.นี้จะเริ่มเห็น และการเลือกตั้งครั้งใหม่ที่จะเกิดขึ้น
การที่นายกรัฐมนตรี ออกมากำหนดวันเลือกตั้ง ทำให้นักการเมืองเริ่มตื่นตัวทำแคมเปญหาเสียง คาดภายในเดือน พ.ค.นี้จะเริ่มเห็น และการเลือกตั้งครั้งใหม่ที่จะเกิดขึ้น
โดย...ทีมข่าวธุรกิจตลาด
แม้จะยังไม่รู้ว่าสถานการณ์ที่แยกราชประสงค์จะคลี่คลายไปในทิศทางใด แต่การประกาศโรดแมปของนายกรัฐมนตรีนับถอยหลังถึงวันเลือกตั้งวันที่ 14 พ.ย.ทำให้การจับจองพื้นที่สื่อเป็นไปอย่างคึกคัก โดยเฉพาะสื่อใหม่ๆ ที่เข้าถึงคนได้มีประสิทธิภาพมากกว่าสื่อดั้งเดิมปัจจุบัน
นายเกรียงไกร เธียรนุกูล นายกกิตติมศักดิ์สมาคมการพิมพ์ไทย เปิดเผยว่า การที่นายกรัฐมนตรี ออกมากำหนดวันเลือกตั้ง ทำให้นักการเมืองเริ่มตื่นตัวทำแคมเปญหาเสียง คาดภายในเดือน พ.ค.นี้จะเริ่มเห็น และการเลือกตั้งครั้งใหม่ที่จะเกิดขึ้นนี้ เชื่อว่าทุกพรรคต้องแข่งขันสูงมาก เพื่อชิงเก้าอี้
ทั้งนี้พรรคเพื่อไทย ประกาศว่าจะกวาดที่นั่ง สส.ทั้งภาคอีสานและเหนือกว่า 300 เสียง ท้าทายพรรคร่วมรัฐบาลที่ต้องรักษาเเก้าอี้เอาไว้ให้ได้
สำหรับสื่อสิ่งพิมพ์ ป้ายโฆษณาขนาดเล็ก ซึ่งเป็นสื่อหลักดั้งเดิมของการเลือกตั้ง เชื่อปีนี้จะใช้เงินผ่าน 2,0003,000 ล้านบาท แต่สื่อที่จะมาแรงได้แก่ สื่อทีวีดาวเทียม ที่สามารถเข้าถึงคนทุกบ้านได้ดีสุด ทำให้การหาเสียงได้ผล โดยเฉพาะในต่างจังหวัด และแต่ละพรรคการเมืองขณะนี้เลือกใช้สื่อนี้กันหมด มีช่องหลักๆ ที่ทำหน้าที่นี้ให้เห็นผลกันอยู่แล้ว ทั้งพีทีวีและเอเอสทีวี
ก่อนหน้านี้ สื่อทีวีดาวเทียมใช้เป็นเครื่องมือหลักในการต่อสู้ทางการเมืองระหว่างกลุ่มคนเสื้อแดงกับรัฐบาล หรือเอเอสทีวีเสื้อเหลืองกับรัฐบาลพรรคเพื่อไทยก่อนหน้านี้
ทั้งนี้ จากการเปิดเผยของผู้จำหน่ายจานดาวเทียมรายหนึ่ง ระบุว่า นับตั้งแต่มีการชุมนุมของคนเสื้อแดงในช่วงปลายปีที่แล้ว มีนักการเมืองส่วนหนึ่งได้ซื้อจานดาวเทียมไปติดให้บ้านประชาชน ประมาณเดือนละกว่า 1 หมื่นจานทั่วประเทศ
แหล่งข่าวจากวงการมีเดีย เอเยนซี่ เปิดเผยว่า จากการติดตามสังเกตรูปแบบการหาเสียงของนักการเมืองขณะนี้ ได้ใช้สื่อทีวีดาวเทียมเป็นสื่อหลักในการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ สร้างฐานเสียง ภาพลักษณ์ให้ตัวเอง ผ่านรูปแบบรายการข่าว และกิจกรรมท้องถิ่น
นอกจากนี้ ยังมีการสร้างภาพลักษณ์ผ่านการสนับสนุนสโมสรฟุตบอลในไทยพรีเมียร์ลีก ซึ่งจะเห็นชัดเจนว่าทีมแต่ละจังหวัดเป็นของนักการเมือง ไม่ว่าจะเป็นทีมบุรีรัมย์ ชลบุรี หรือพิจิตร นี่คือกลยุทธ์การสร้างภาพลักษณ์และฐานเสียงรูปแบบใหม่ที่กฎหมายเข้าไม่ถึง ไม่นับรวมวิทยุชุมชน ที่มีหลายร้อยสถานีที่เป็นของนักการเมืองในท้องถิ่น ที่สามารถใช้เป็นสื่อเพื่อหวังผลทางการเมืองได้เช่นเดียวกัน
“ทีวีดาวเทียม ถือเป็นสื่อที่ทรงพลังในการเข้าถึงประชาชนถึงบ้าน ผ่านรูปแบบและรายการที่ตรวจสอบได้ยาก และยังไม่มีกฎหมายควบคุมได้โดยตรง” แหล่งข่าวเปิดเผย
นอกจากสื่อดาวเทียมแล้ว สื่อโลกออนไลน์จะเพิ่มความสำคัญมากขึ้น นับจากนักการเมืองชื่อดัง “ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์”นำมาใช้เมื่อหลายปีก่อน ถึงวันนี้นักการเมืองหลายคนได้สร้างชุมชนออนไลน์ของตัวเอง เช่นอดีตนายกฯทักษิณ รวมถึงนายกฯ อภิสิทธิ์ นายกรณ์ จาติกวณิช และนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย
นายกษมาช นีรปัทมะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ท้อปสเปซ (ประเทศไทย) ผู้บริหารสื่อโฆษณาบนโลกออนไลน์ กล่าวว่า แม้ว่าการเลือกตั้งจะยังห่างไกล แต่เชื่อว่าเมื่อวันนั้นมาถึง นักการเมืองจะทุ่มงบผ่านสื่อออนไลน์มากกว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาหลายเท่าตัว
“ดูอย่างกลุ่มคนต่อต้านการยุบสภาในเฟซบุ๊ก รณรงค์เพียงไม่นานมีสมาชิกมากกว่า 5 แสนคน ถ้านักการเมืองพรรคใดยึดกุมพื้นที่ตรงนี้เอาไว้ได้ จะมีผลทางการเมืองอย่างสูง” นายกษมาช กล่าว
สำหรับสื่อดั้งเดิมอย่างฟรีทีวี บิลบอร์ด หรือสปอตโฆษณาทางวิทยุหลัก ถูกกำหนดโดยกฎหมายการเลือกตั้ง ซึ่งต้องรอความชัดเจนจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อีกครั้ง
นายยุวพล พรประทานเวช นายกสมาคมป้ายโฆษณา กล่าวว่า ตอนนี้นักการเมืองในกรุงเทพฯ เริ่มมองหาป้ายบิลบอร์ดทำเลดีๆ เอาไว้แล้ว กกต.กดปุ่มเมื่อไหร่ ขึ้นป้ายกันทันที







