
ล้างบางปุ๋ยสหกรณ์เกษตรปลอมอื้อ
โพสต์ทูเดย์
— เกษตรฯ ล้างบางปุ๋ยสหกรณ์ฯ ปลอมอื้อ ตรวจพบได้มาตรฐานเพียง 58 สหกรณ์ จากทั้งหมด 222 แห่งนายฉกรรจ์ แสงรักษาวงศ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ร่วมกับ กรมวิชาการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน และบริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) หรือเซ็นทรัลแล็ป ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างปุ๋ยเคมีและปุ๋ยอินทรีย์ที่จำหน่ายในสหกรณ์การเกษตรที่เข้าร่วมโครงการนำร่องมาตรวจสอบคุณภาพตามโครงการส่งเสริมการใช้ปุ๋ยที่ได้คุณภาพมาตรฐานในสถาบันเกษตรกร
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบใน 222 สหกรณ์ จากเป้าหมายทั้งหมด 240 สหกรณ์ รวม 555 ตัวอย่าง พบว่า มีตัวอย่างปุ๋ยเคมีที่ได้มาตรฐานเพียง 43% และไม่ได้มาตรฐานถึง 57% ส่วนปุ๋ยอินทรีย์ที่ได้มาตรฐานมีเพียง 8% ขณะที่ไม่ได้มาตรฐานมีมากถึง 92% รวมทั้งพบว่ามี 164 สหกรณ์จำหน่ายปุ๋ยไม่ได้มาตรฐาน ส่วนอีก 58 สหกรณ์ จำหน่ายปุ๋ยได้มาตรฐาน
สำหรับกลุ่มสหกรณ์การเกษตรที่จำหน่ายปุ๋ยไม่ได้มาตรฐาน พบว่า มีการซื้อปุ๋ยเคมีและปุ๋ยอินทรีย์จากภาคเอกชน 68 บริษัทมาจำหน่าย ซึ่งเบื้องต้นได้แนะนำให้สหกรณ์ส่งปุ๋ยที่เหลือทั้งหมดคืนแก่บริษัทเอกชนผู้ขายปุ๋ย พร้อมกำชับไม่ให้สั่งซื้อปุ๋ยสูตรที่ไม่ได้มาตรฐานจากเอกชนรายนั้นมาจำหน่ายอีก
นอกจากนี้ ยังได้ออกประกาศเรื่องคำแนะนำการผลิตหรือจัดหาปุ๋ยไว้ขายของสหกรณ์ โดยกำหนดให้สหกรณ์ที่จัดหาและขายปุ๋ยให้สมาชิก ต้องซื้อปุ๋ยจากผู้ขายเฉพาะปุ๋ยที่มีหนังสือรับรองตัวอย่างปุ๋ยจากกรมวิชาการเกษตร หรือกรมพัฒนาที่ดิน หรือเซ็นทรัลแล็ป หรือห้องแล็บที่กรมวิชาการเกษตรให้การรับรองเท่านั้น
ปัจจุบันมีสหกรณ์การเกษตรที่ทำธุรกิจจำหน่ายปุ๋ยทั้งปุ๋ยเคมีและปุ๋ยอินทรีย์ 3,535 แห่ง มีมูลค่ากว่า 18 ล้านบาท ซึ่งสหกรณ์การเกษตรที่เข้าร่วมโครงการฯนำร่อง 240 แห่ง มีส่วนแบ่งตลาดปุ๋ยกว่า 70 % หากปล่อยให้ปุ๋ยที่ไม่มีคุณภาพและไม่ได้มาตรฐานเล็ดลอดออกออกไปสู่พื้นที่เพาะปลูก คาดว่าจะเกิดความเสียหายครอบคลุมเนื้อที่ประมาณ 710 ล้านไร่ ทั้งยังทำให้เกษตรกรได้ผลผลิตและผลตอบแทนไม่คุ้มค่าการลงทุนที่เพิ่มขึ้น 12 13 % ดังนั้น สหกรณ์การเกษตรที่จำหน่ายปุ๋ยต้องปกป้องผลประโยชน์และคุ้มครองสิทธิ์สมาชิกไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ
“
โดยในเดือน มิ.ย. นี้ จะมีการตรวจสอบคุณภาพปุ๋ยให้กับสหกรณ์การเกษตรซ้ำอีกรอบ ประมาณ 200 แห่งสำหรับสหกรณ์การเกษตรที่เข้าร่วมโครงการนำร่อง 240 แห่ง มีส่วนแบ่งตลาดปุ๋ยกว่า 70% หากปล่อยให้ปุ๋ยที่ไม่มีคุณภาพออกไปสู่พื้นที่เพาะปลูก คาดว่าจะเกิดความเสียหายครอบคลุมเนื้อที่ 710 ล้านไร่ ทั้งยังทำให้เกษตรกรได้ผลผลิตและผลตอบแทนไม่คุ้มค่าการลงทุนที่เพิ่มขึ้น 1213%รมหลักสูตรการใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพให้กับผู้แทนสหกรณ์การเกษตร/กลุ่มเกษตรกร ที่มีการจำหน่ายปุ๋ยให้กับสมาชิกเป็นจำนวนมาก มีการจำหน่ายปุ๋ยตลอดปี และไม่เคยเข้าร่วมโครงการฯ ทั้งยังมีแผนจัดฝึกอบรมหลักสูตรการใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพในสหกรณ์การเกษตรด้วย อนาคตคาดว่าสหกรณ์การเกษตรจะจำหน่ายปุ๋ยที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานมากขึ้น
” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าว






