
ไอซีทีเชื่อ3เดือนได้ใช้ซีดีเอ็มเอ
โพสต์ทูเดย์
— ไอซีที มั่นใจได้ใช้ฮัลโหลซีดีเอ็มเออีก 3 เดือน พร้อมเครือข่ายไฟเบอร์ออปติกทั่วประเทศ ดันรายได้ กสทฯ เพิ่ม 3,000 ล้านบาทร.ต.หญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า ในไตรมาส 3 ของปีนี้ คาดว่าบริษัท กสท โทรคมนาคม จะทยอยเปิดให้บริการซีดีเอ็มเอ อีวีดีโอ ได้หลังจาก ครม.อนุมัติให้ซื้อบริษัท ฮัทชิสัน ซีเอที ไวร์เลส มัลติมีเดีย หรือฮัทช์ ในวงเงิน 7,500 ล้านบาท ซึ่งทำให้โครงข่ายซีดีเอ็มเอเป็นของ กสทฯ ทั่วประเทศ
ทั้งนี้ ตามแผนงานที่วางไว้ ฮัทช์จะอัพเกรดโครงข่ายซีดีเอ็มเอภาคกลาง 25 จังหวัดให้เป็นอีวีดีโอภายใน 8 เดือน หลังจากเซ็นเอ็มโอยูการซื้อขายกับ กสทฯ แต่ 3 เดือนแรกน่าจะเปิดให้บริการในหัวเมืองใหญ่ๆ ได้ เพื่อให้ กสทฯ มีรายได้จากการให้บริการดังกล่าว และหากเสร็จไม่ทันฮัทช์ได้วางเงินการันตีไว้ที่ 1,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ กสทฯ ยังอยู่ระหว่างดำเนินการโครงการอินเทอร์เน็ตผ่านสายไฟเบอร์ (เอฟทีทีเอกซ์) วงเงิน 6,000 ล้านบาท ซึ่งทั้งสองโครงการจะช่วยให้ กสทฯ มีรายได้เลี้ยงตัวเองแทนการพึ่งพารายได้จากสัมปทานเพียงอย่างเดียว
“
ไอซีทีจะพยายามผลักดันโครงการเทคโนโลยีต่างๆ ให้เกิดโดยเร็ว ซึ่งนอกจากซีดีเอ็มเอแล้วยังเร่งโครงการ 3จี ของบริษัท ทีโอที ด้วย เพื่อให้ประชาชนในประเทศได้ใช้ประโยชน์จากโครงข่ายเทคโนโลยีให้ได้มากที่สุด” ร.ต.หญิง ระนองรักษ์ กล่าวนอกจากนี้ ยังเตรียมเข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อชี้แจงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับทีโอที และ กสทฯ ที่จะเกิดขึ้นจากร่าง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. ... ที่กำหนดให้เก็บรายได้สัมปทานเข้า กสทช. โดยตรง และการนำคลื่นกลับไปจัดสรรใหม่
ด้านนายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ กสทฯ กล่าวว่า ทั้งสองโครงการจะช่วยผลักดันให้ กสทฯ มีรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 5 หมื่นล้านบาท จากปัจจุบันที่มีรายได้ประมาณ 4.7 หมื่นล้านบาท และช่วยลดปัจจัยเสี่ยงของ กสทฯ ลง เพราะสามารถแข่งขันกับเอกชนที่มีแนวโน้มจะได้รับใบอนุญาตให้บริการ 3จี ได้ เนื่องจากซีดีเอ็มเอกับ 3จี มีความเร็วในการให้บริการทัดเทียมกัน
ทั้งนี้ บอร์ดได้ตั้งให้นนายจิรายุทธเป็นกรรมการบริหารในธุรกิจซีดีเอ็มเอ โดยจะรับผิดชอบจัดตั้งบริษัท กสท ไวร์เลส โฮลดิ้ง เพื่อดูแล 3 บริษัทลูก คือ กสท ไวร์เลส เน็ตเวิร์ค กสท โมบาย และ กสท คอนแทค เซ็นเตอร์ ซึ่งได้รับการยกเว้น การปฏิบัติตามคำสั่งระเบียบข้อบังคับ และมติครม.ที่ใช้บังคับกับรัฐวิสาหกิจทั่วไป เพื่อให้สอดคล้องกับการแข่งขันในตลาดโทรศัพท์มือถือ







