
SLCซื้อฐานเศรษฐกิจ
โซลูชั่นคอนเนอร์ คาดจบดีลเทกโอเวอร์ฐานเศรษฐกิจไตรมาส 3 อุบไต๋ ราคาซื้อขาย กันงบลงทุนธุรกิจใหม่ 300 ล้านบาท ใช้แล้ว 50 ล้านทำทีวีดาวเทียม
โซลูชั่นคอนเนอร์ คาดจบดีลเทกโอเวอร์ฐานเศรษฐกิจไตรมาส 3 อุบไต๋ ราคาซื้อขาย กันงบลงทุนธุรกิจใหม่ 300 ล้านบาท ใช้แล้ว 50 ล้านทำทีวีดาวเทียม
นายอารักษ์ ราษฎร์บริหาร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โซลูชั่น คอนเนอร์ (1998) หรือ SLC เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่าจะจบการเจรจาซื้อหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ พร้อมจับมือผู้ถือหุ้นร่วมแถลงข่าวถึงโครงสร้างและการดำเนินงานของบริษัทได้ในไตรมาส 3 นี้ และจะเริ่มรับรู้รายได้จากการลงทุนในปี 2554 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ บริษัทมีนโยบายลงทุนในธุรกิจสื่อใหม่ๆ ประมาณ 300 ล้านบาท ซึ่งตั้งแต่ต้นปีบริษัทใช้เงินไปเพียง 50 ล้านบาท สำหรับลงทุนในธุรกิจดาวเทียมตั้งบริษัทลูกที่บริษัทถือหุ้น 100% คือ บริษัท สปริง คอร์ปอเรชั่น
สำหรับแหล่งเงินทุนนั้น นายอารักษ์ กล่าวว่า บริษัทคาดว่าจะขายหุ้นเพิ่มจำนวน 275 ล้านหุ้น ได้เงินประมาณ 1,000 ล้านบาท ภายในสัปดาห์ที่ 3-4 ของเดือน มิ.ย. ซึ่งการเพิ่มทุนเพื่อรองรับการออกใบสำคัญแสดงสิทธิ (วอร์แรนต์) 25 ล้านหุ้น และใบแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่โอนสิทธิได้ (TSR) 250 ล้านหุ้น โดยมีแผนการใช้เงินคือ 500 ล้านบาท ไว้สำหรับเป็นเงินทุนหมุนเวียน อีก 200 ล้านบาท ใช้พัฒนาระบบธุรกิจให้บริการด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศครบวงจรทั้งด้านซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ (ไอซีที)
ด้านแผนการดำเนินงานปีนี้พยายามจะไม่ให้ขาดทุน หรือให้มีรายได้ถึงจุดคุ้มทุนก่อน จากปีก่อนบริษัทขาดทุน 28 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลขาดทุนจากการตั้งสำรองหนี้สูญทั้งจากคดีความฟ้องร้องการดำเนินธุรกิจ จากการดำเนินการของงานที่อยู่ในมือ (แบ็กล็อก) ของผู้บริหารชุดเดิมที่รับงาน 4-5 โครงการระยะยาว ที่สัญญาว่าจ้างจะรับรู้รายได้ต่อเมื่องานเสร็จถึง 60% ของจำนวนแบ็กล็อกทั้งหมด 70 ล้านบาท สำหรับสัดส่วนรายได้ปีนี้ยังมาจากธุรกิจหลักคือ ไอซีที 70% และรายได้จากธุรกิจทีวีดาวเทียม 30%
“ยอมรับว่าไตรมาส 1 และไตรมาส 2 บริษัทยังมีผลขาดทุนอยู่จากงานแบ็กล็อกเก่า และคาดว่าจะดีขึ้นในไตรมาส 3 เพราะเริ่มจะได้เงินสัญญาว่าจ้างจากแบ็กล็อกเก่า และเตรียมที่จะยื่นงานประมูลวางระบบไอซีทีมูลค่า 800-900 ล้านบาท โดยหวังว่าจะได้งานสัดส่วน 80-90%” นายอารักษ์ กล่าว
นายธนพันธ์ วงศ์ชินศรี ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่และผู้บริหารดูแลการพัฒนาระบบไอซีที กล่าวว่า ขณะนี้ยังคงสัดส่วนการถือหุ้นเท่าเดิม 16% แต่ของคนอื่นไม่ทราบ และยังตอบไม่ได้ว่าจะใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุนหรือไม่
“ผมไม่ใช่นอมินีของใคร เงินที่เข้ามาลงทุนใน SLC เป็นของคุณพ่อผม ส่วนคุณฉาย บุนนาค เป็นญาติกัน เพราะแม่ของภรรยาคุณฉาย เป็นน้องสาวของพ่อผม” นายธนพันธ์ กล่าว







