
ม็อบกลางเมืองทุบค้าปลีกรายเล็กสะดวกซื้อ-โชห่วยปรับตัวสู้
จากการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงในใจกลางเมืองครั้งนี้ กระทบชิ่งไปยังยอดขายในภาพรวมธุรกิจค้าปลีกแบบรอบด้านทั้งรายใหญ่และรายเล็กที่เจ็บกันถ้วนหน้า หรือจะมียอดขายเติบโตก็เพียงแค่กระจุกเดียวเท่านั้น
จากการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงในใจกลางเมืองครั้งนี้ กระทบชิ่งไปยังยอดขายในภาพรวมธุรกิจค้าปลีกแบบรอบด้านทั้งรายใหญ่และรายเล็กที่เจ็บกันถ้วนหน้า หรือจะมียอดขายเติบโตก็เพียงแค่กระจุกเดียวเท่านั้น
โดย...ทีมข่าวธุรกิจตลาด
ตลอดช่วงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ทั้งสองจุดใหญ่ในกรุงเทพฯ กว่า 2 เดือนที่ผ่านมา และเริ่มมีทีท่าว่าจะผ่อนคลายลงในขณะนี้ จากแผนปรองดองแห่งชาติ (โรดแมป) ของรัฐบาล ซึ่งหลายคนมองว่าภาคธุรกิจค้าปลีกกลุ่มสะดวกซื้อ ร้านค้าโชห่วย ร้านค้าชุมชนรายเล็กในตรอกซอกซอยทั่วไป น่าจะมีโอกาสเติบโตสูงทดแทนค้าปลีกรายใหญ่ใจกลางเมือง ที่รองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่หมดอารมณ์ออกไปจับจ่ายซื้อของไกลบ้าน จากความไม่มั่นใจกับเหตุการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นตลอดช่วงที่ผ่านมา และหันไปซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคในร้านค้าใกล้บ้านแทน
แต่ในความจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะค้าปลีกรายเล็กก็ยังได้รับผลกระทบจากการหมดอารมณ์จับจ่ายของผู้บริโภคเช่นกัน
นายสุวิทย์ กิ่งแก้ว รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพี ออลล์ ผู้บริหารร้านสะดวกซื้อ เซเว่นอีเลฟเว่น กล่าวว่า การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงที่อยู่บริเวณแยกราชประสงค์ กระทบต่อรายได้ของร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวประมาณ 10 สาขา และทำให้รายได้ในสาขานั้น ลดลงประมาณ 20-30% ซึ่งบริษัทได้ปรับแผนรับมือกับยอดขายที่หดตัวลง ด้วยการลดสต๊อกสินค้าในสาขาที่อยู่ใกล้จุดชุมนุม เพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้นและลดความเสี่ยงจากการบริหารงานภายในร้าน
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมรายได้ของบริษัทยังเติบโตได้ต่อเนื่อง จากการเปิดให้บริการร้านเซเว่นอีเลฟเว่นที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศกว่า 5,300 สาขา และสาขาส่วนใหญ่ 70% อยู่ในต่างจังหวัด ส่วนสาขาที่เหลืออยู่ 30% อยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยตั้งเป้าหมาย รายได้รวมในสิ้นปีนี้จะเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ 10% จากปีก่อนมีรายได้รวม 117,760 ล้านบาท
ขณะที่ภาพรวมค้าปลีกไทยในปีนี้ ยังเชื่อมั่นว่าจะเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 10% เพราะแม้จะเกิดปัญหาการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มเสื้อแดงเกิดขึ้นก็ตาม แต่สาขาของร้านค้าปลีกที่มีอยู่จำนวนมากทั่วประเทศ ทำให้ลูกค้าสามารถเลือกจับจ่ายสินค้าในแต่ละพื้นที่ใกล้บ้าน ส่วนสาขาที่อยู่ในพื้นที่ใจกลางเมืองอาจจะได้รับผลกระทบที่ยอดขายหดตัวลงเล็กน้อย
สอดคล้องกับ นายสมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมค้าส่งค้าปลีกไทย กล่าวว่า จากข้อมูลที่ได้รับจากกลุ่มสมาชิก ในช่วงระยะเวลาการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ในกรุงเทพฯ ตลอดช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย.ที่ผ่านมา พบว่าร้านค้าปลีกโชห่วยชุมชนได้รับผลกระทบด้านรายได้จำนวนหนึ่ง ซึ่งผลมาจากความเชื่อมั่นกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่หายไปส่วนหนึ่ง ซึ่งต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจค้าปลีกชุมชนท้องถิ่นยังต้องการรายได้จากกลุ่มนักท่องเที่ยวด้วย ไม่ใช่เพียงเฉพาะกำลังซื้อคนในประเทศที่จับจ่ายซื้อของในแต่ละครั้งในอัตราคงที่
อย่างไรก็ตาม ร้านค้าชุมชน หรือโชห่วยบางแห่งที่เปิดให้บริการในย่านการชุมนุมทั้งสองจุดใหญ่ คือ บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศและย่านราชประสงค์ รวมถึงในร้านค้าทำเลใกล้เคียงมีอัตราเติบโตรายได้สูงขึ้นราว 10% ในช่วงที่ผ่านมา โดยกลุ่มสินค้าขายดี อาทิ บุหรี่ น้ำดื่ม เครื่องดื่มชูกำลังเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และของใช้อุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน
ด้าน นางใจ ผู้บริหารกิจการร้านค้าปลีกค้าส่งแห่งหนึ่ง ย่านถนนเพชรเกษม กล่าวว่า ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมาทางร้านไม่ได้สต๊อกสินค้าอุปโภค-บริโภคเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด โดยยังคงจัดซื้อสินค้าจากซัพพลายเออร์ในระดับปกติ แต่มุ่งการบริหารสต๊อกสินค้าให้เหมาะสมกับความต้องการลูกค้าซึ่งเป็นเรื่องสำคัญสำหรับร้านค้าปลีกค้าส่งในปัจจุบัน ขณะที่ยอดขายของทางร้านเองก็ไม่ได้เติบโตหวือหวามากนักในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา
สะท้อนเห็นได้ชัด จากการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงในใจกลางเมืองครั้งนี้ กระทบชิ่งไปยังยอดขายในภาพรวมธุรกิจค้าปลีกแบบรอบด้านทั้งรายใหญ่และรายเล็กที่เจ็บกันถ้วนหน้า หรือจะมียอดขายเติบโตก็เพียงแค่กระจุกเดียวเท่านั้น!!







