
ซีพีเอฟคุมเข้มหวัดนกปรับแผนรับออร์เดอร์ฟฟื้น
ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีก่อน ที่โรคไข้หวัดนกในสัตว์ปีกเกิดระบาดขึ้นในภูมิภาคนี้ ซึ่งประเทศไทยเองก็มีการแพร่ระบาดเช่นกัน เรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อการบริโภคและการส่งออกไก่ของไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากประเทศคู่ค้าต่างชาติยกเลิกคำสั่งซื้อ (ออร์เดอร์) ไก่สดและผลิตภัณฑ์ไก่จากประเทศไทย เนื่องจากไม่มั่นใจในความปลอดภัย
จากกรณีดังกล่าว ทำให้บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือซีพีเอฟ ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตและส่งออกไก่สด ไก่แช่แข็ง และไก่ปรุงสุก ที่มียอดการส่งออกเป็นอันดับต้นๆ ของไทย พัฒนากระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่องทั้งด้านคุณภาพและประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและการยอมรับของผู้บริโภคในด้านมาตรฐานอาหารปลอดภัย (Food Safety)
ขณะเดียวกัน ซีพีเอฟยังมีหลักปฏิบัติและบริหารฟาร์มและโรงงานแปรรูปที่เข้มงวด เพื่อควบคุมระบบการผลิตตลอดทั้งสายการผลิต ส่งผลให้วัตถุดิบและอาหารของบริษัทมีความปลอดภัยในระดับสูงและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้
นอกจากนี้ ได้มีการนำหลักสวัสดิภาพสัตว์ที่ดีมาใช้ รวมทั้งมีการนำระบบฟาร์มคอมพาร์ตเมนต์สัตว์ปีกภายใต้มาตรฐานขององค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (โอเออี) มาใช้ด้วย ส่งผลให้วันนี้เริ่มมีออร์เดอร์จากต่างประเทศกลับเข้ามามากขึ้นแล้ว
พยุงศักดิ์ สมยานนทนากุล รองกรรมการผู้จัดการ ด้านบริการวิชาการสัตว์ปีก ซีพีเอฟ กล่าวว่า ปัจจัยสู่ความสำเร็จของธุรกิจอาหารแปรรูปของบริษัท คือ การดำเนินธุรกิจแบบครบวงจรตลอดห่วงโซ่การผลิตอาหารจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ เริ่มตั้งแต่อาหารสัตว์ ฟาร์มพ่อแม่พันธุ์ โรงฟัก ฟาร์มไก่เนื้อเป็ดเนื้อ โรงงานชำแหละแปรรูป โรงงานอาหารสำเร็จรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า จนถึงกระบวนการจัดจำหน่ายสู่ผู้บริโภค ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพสินค้าทั้งประเภทอาหารสดและผลิตภัณฑ์ได้เป็นอย่างดี
ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต บริษัทได้มีการลงทุนนำเข้าเครื่องจักรที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงสุดเข้ามาใช้ในกระบวนการผลิต เช่น เครื่องชำแหละไก่อัตโนมัติ และยังมีเครื่องจักรอัตโนมัติอื่นๆ เช่น เครื่องเปิดเนื้อ เครื่องตัดเนื้อชิ้นเล็ก รวมถึงเครื่องตัดบล็อก เพื่อรองรับการกลับมาเปิดตลาดไก่สดในญี่ปุ่นอีกครั้งในรอบ 10 ปี
เรื่องนี้ ไพศิลป์ วรวิสุทธิกูล รองกรรมการผู้จัดการ ซีพีเอฟ กล่าวว่า ซีพีเอฟเตรียมที่จะเพิ่มกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นในครึ่งปีหลังของปี 2557 ประมาณ 10-20% จากปัจจุบันที่มีการชำแหละประมาณวันละ 8.5 แสนตัว เพื่อรองรับความต้องการจากลูกค้าในญี่ปุ่น หลังจากอนุมัติให้ไทยส่งออกไก่สดได้
ทั้งนี้ คาดว่าทั้งปีนี้ไทยจะสามารถส่งออกไก่สดได้ประมาณ 8 หมื่นตัน ถึง 1 แสนตัน และคาดว่าจะใช้เวลาจากนี้อีก 23 ปี จึงจะสามารถส่งออกไปญี่ปุ่นได้ปีละ 2 แสนตัน เท่ากับปริมาณการส่งออกในอดีตก่อนเกิดสถานการณ์ไข้หวัดนกระบาดในปี 2547
นอกจากนี้ ซีพีเอฟยังได้เตรียมเพิ่มความหลากหลายของสินค้าไว้อีกหลายรายการ เช่น ไก่ดิบนวดแป้งโดยไม่ผ่านความร้อน และสินค้าประเภทไก่ทอดกึ่งสุกกึ่งดิบ รวมถึงการต่อยอดสินค้าไปยังกลุ่มไก่สดเสียบไม้ ซึ่งเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมอย่างมากในตลาดญี่ปุ่น และยังถือเป็นการเพิ่มมูลค่าได้อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้เกิดความประมาท ซีพีเอฟจึงมีแผนที่จะปรับสัดส่วนการผลิตสินค้าและผลิตภัณฑ์จากไก่ให้เหมาะสมกับทิศทางและแนวโน้มความต้องการของตลาดด้วย โดยในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ซีพีเอฟจะปรับเพิ่มสัดส่วนไก่ปรุงสุกให้เพิ่มขึ้นเป็น 80% จากปัจจุบันมีสัดส่วนอยู่ที่ 70%
ขณะที่ไก่สดปัจจุบันมีสัดส่วนอยู่แค่ 30% เพื่อลดความเสี่ยงในเรื่องของราคา เนื่องจากไก่สดเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีความอ่อนไหวตามสถานการณ์ ต่างจากไก่ปรุงสุกที่เป็นการต่อยอดเพิ่มมูลค่าสินค้าให้กับบริษัทได้







