
กสทฯฮึดทำตลาด3จีทุ่ม200ล.ปลุกชีพมาย
กสท โทรคมนาคม ลุยทำตลาด “มาย 3จี” อีกยก หลัง ครม.ไฟเขียวงบ 200 ล้านบาท
กสท โทรคมนาคม ลุยทำตลาด “มาย 3จี” อีกยก หลัง ครม.ไฟเขียวงบ 200 ล้านบาท
นายสมยศ อุดมโชคไพบูลย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริการลูกค้ารายย่อย สายงานการตลาด บริษัท กสท โทรคมนาคม เปิดเผยว่า กสทฯ พร้อมทำการตลาดบริการ 3จี ภายใต้แบรนด์ มาย อีกครั้ง หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2556 อนุมัติงบประมาณ 200 ล้านบาท เพื่อให้ กสทฯ ได้ใช้ดำเนินกิจกรรมทางการตลาดต่างๆ กระตุ้นให้แบรนด์มายกลับสู่ตลาด
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาการทำตลาดแบรนด์มายประสบปัญหาเรื่องงบประมาณ ส่งผลให้ปัจจุบัน กสทฯ มีลูกค้า 3จี เพียง 1.8 แสนรายเท่านั้น ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าเก่าที่โอนมาจากระบบซีดีเอ็มเอ ซึ่งหลังจากได้รับงบประมาณแล้ว เตรียมออกโปรโมชั่นและสื่อโฆษณาเพื่อสร้างความจดจำ และเพิ่มฐานลูกค้าในช่วงปลายเดือน มี.ค.
สำหรับเป้าหมายการทำตลาด ได้ตั้งเป้ามีลูกค้าเพิ่มเป็น 7 แสนรายภายในสิ้นปี และมีรายได้ 2,500 ล้านบาท โดยปัจจุบัน กสทฯ มีโครงข่ายเพื่อให้บริการ 1.35 หมื่นสถานีฐาน และมีแผนจะขยายสถานีเพิ่มอีก 500 สถานีฐานในปีนี้ ครอบคลุมพื้นที่ประชากร 90% ของประเทศ
อย่างไรก็ตาม ในสัดส่วนลูกค้า 3จี มาย 1.8 แสนรายนั้น แบ่งเป็นลูกค้าต่างจังหวัดในระบบรายเดือน (โพสต์เพด) จำนวน 1.3 แสนราย มีอัตราค่าบริการเฉลี่ยต่อคนต่อเดือน (Arpu) อยู่ที่ 500 บาท ขณะที่ลูกค้าแบบเติมเงิน (พรีเพด) อยู่ที่ 4 หมื่นราย ค่าบริการเฉลี่ยอยู่ที่ 120 บาท ถือว่าอยู่ในเกณฑ์เฉลี่ยทั่วไปของตลาดมือถือ และส่วนใหญ่จะใช้งานดาต้าเป็นหลัก
นายกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กสทฯ กล่าวว่า บริการมายถือเป็นหนึ่งในแผนพลิกฟื้นองค์กร (Rolling plan) ระยะเวลา 2557-2561 ซึ่งเป็นการกำหนดยุทธศาสตร์บนพื้นฐานที่ไม่มีรายได้จากสัมปทานเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยรายได้จากธุรกิจหลักของ กสทฯ ต่อจากนี้คือ ธุรกิจไร้สาย ที่ตั้งเป้าว่าจะเพิ่มขึ้น 5,000 ล้านบาท จากปี 2556 ที่มีรายได้ 2.3 หมื่นล้านบาท ขณะที่รายได้รวมปี 2558 จะอยู่ที่ 4.5 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นจากปี 2556 ประมาณ 7,000 ล้านบาท
ขณะที่ผลประกอบการปี 2556 ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปีที่ กสทฯ ไม่ขาดทุน







