
วิ่งหาโรงตึ๊งกันคึกคัก
ชาวนาเอสเอ็มอีพ่อค้าย่อยใช้บริการเพิ่มเจอภาวะเงินสดขาดมือแบงก์คุมปล่อยกู้
ชาวนาเอสเอ็มอีพ่อค้าย่อยใช้บริการเพิ่มเจอภาวะเงินสดขาดมือแบงก์คุมปล่อยกู้
ชาวนาประชาชน เงินตึงมือ วิ่งหาโรงตึ๊ง หลังเผชิญปัญหาแบงก์คุมเข้มการปล่อยสินเชื่อ
นายสิทธิวิชญ์ ตั้งธนาเกียรติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตั้งธนสิน ผู้บริหารโรงรับจำนำอีซี่มันนี่ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีกลุ่มลูกค้าที่เป็นเกษตรกรมาใช้บริการจำนำกันมากขึ้น เนื่องจากมีเกษตรกรจำนวนมากยังไม่ได้รับเงินจำนำข้าว
นอกจากนี้ ยังพบว่ามีกลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการรายย่อย (เอสเอ็มอี) ที่ประกอบธุรกิจค้าขาย ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ที่ไม่มีรายได้ประจำหรือกลุ่มที่ไม่มีสลิปเงินเดือน กลุ่มพนักงานเงินเดือนก็มีอัตราการเข้ามาใช้บริการโรงรับจำนำในจำนวนที่มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากกลุ่มบุคคลเหล่านี้ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้จากสถาบันการเงินได้ หลังจากผู้บริหารธนาคารพาณิชย์ประกาศเพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น
“โรงรับจำนำอีซี่ก็มีกลุ่มลูกค้าที่เป็นเกษตรกรที่มีความเดือดร้อน เนื่องจากยังไม่ได้รับเงินค่าจำนำข้าวนำสินทรัพย์มาจำนำกันมากขึ้น โดยส่วนใหญ่ก็จะนำสินทรัพย์ประเภททองคำมาจำนำและมีการจำนำในวงเงินไม่มากนัก” นายสิทธิวิชญ์ กล่าว
สำหรับโรงรับจำนำอีซี่มันนี่นั้นปัจจุบันมีสาขากว่า 20 สาขา กระจัดกระจายอยู่ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี รังสิต บางใหญ่ นนทบุรี โดยเน้นรับจำนำทองคำเป็นหลักกว่า 90% ที่ผ่านมามีอัตราเติบโตขึ้นสม่ำเสมอเฉลี่ย 60% มีลูกค้าใช้บริการกว่า 1.5 ล้านราย คิดเป็นเงินหมุนเวียน 2.52.7 หมื่นล้านบาท
นายสิทธิวิชญ์ กล่าวอีกว่า สถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองในขณะนี้ยังไม่ส่งผลกระทบกับโรงรับจำนำมากนัก เพราะไม่ได้มีพื้นที่ตั้งอยู่ในแหล่งที่มีการชุมนุมกัน แต่หากยังมีการชุมนุมยืดเยื้ออีก 12 เดือน และส่งผลกระทบทำให้เศรษฐกิจซบเซาก็อาจจะกระทบกับประชาชนและผู้ประกอบธุรกิจต่างๆ ทำให้อาจจะมีลูกค้าที่มีความต้องการใช้เงินและหันมาใช้บริการโรงรับจำนำมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ.นี้ ธุรกิจโรงรับจำนำยังไม่มีอะไรหวือหวา มีการรับจำนำและอัตราการเติบโตตามปกติ
ทั้งนี้ ในปี 2557 อีซี่มันนี่ตั้งเป้าหมายธุรกิจการรับจำนำจะโต 3040% ซึ่งบริษัทได้เตรียมเงินสำรองไว้ 2,000-3,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการให้บริการรับจำนำและในไตรมาสแรกของปีนี้จะขยายสาขาเพิ่มอีก 2 แห่ง ในพื้นที่ จ.อุดรธานี เพื่อรองรับธุรกิจในภูมิภาคนั้นที่มีอัตราการขยายตัวสูงจากการเปิดประชาคมอาเซียน







