
มินิทเมดสาดแคมเปญรับร้อน
โอดปีนี้หนาวนานกระทบเครื่องดื่มดึงเจมส์จิดันยอด
โอดปีนี้หนาวนานกระทบเครื่องดื่มดึงเจมส์จิดันยอด
“มินิทเมด” ชี้อากาศหนาวนานกระทบตลาดเครื่องดื่ม เทกว่า 100 ล้านบาท ส่งแคมเปญชิงโชครับหน้าร้อน
นายฐานันท์ สุวรรณรักษ์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด แผนกพัฒนาธุรกิจ บริษัท โคคาโคลา ผู้ทำตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลมโค้ก เปิดเผยว่า สภาพอากาศปีนี้ที่หนาวนานผิดปกติ ลากยาวถึงสิ้นเดือน ม.ค. ย่อมมีผลต่อพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มน้อยลง อย่างไรก็ตาม บริษัทได้เดินหน้าตามแผน โดยทุ่มงบกว่า 100 ล้านบาท เปิดตัวแคมเปญน้ำผลไม้มินิทเมด “เริ่มทุกวันด้วยความสดชื่นกับมินิทเมด” เพื่อต้อนรับหน้าร้อนที่กำลังจะมาถึง ซึ่งเป็นฤดูกาลขายเครื่องดื่มทุกชนิด รวมทั้งน้ำผลไม้ตอบโจทย์ความสดชื่นและดีต่อสุขภาพ
สำหรับสภาพการแข่งขันเครื่องดื่มในช่วงหน้าร้อนนี้มีความรุนแรงต่อเนื่องทุกปี โดยเฉพาะการจัดโปรโมชั่นชิงโชคในรูปแบบต่างๆ ซึ่งปีนี้มินิทเมดจัดกิจกรรมชิงโชคท่องเที่ยวเพื่อช่วงชิงยอดขาย ส่วนตลาดน้ำผลไม้ปีนี้คาดว่าจะมีอัตราการเติบโต 11% จากมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท ใกล้เคียงกับการเติบโตในช่วง 3 ปีที่ผ่านมานี้
ทั้งนี้ ปัจจัยที่ผลักดันให้ตลาดน้ำผลไม้เติบโตมาจากการเกิดสังคมเมืองเร่งรีบและต้องเดินทางไปสถานที่ต่างๆ ทำให้ผู้บริโภคไทยต้องการเครื่องดื่มเพื่อความสดชื่น โดยตลาดน้ำผลไม้ส่วนผสมต่ำกว่า 100% มีสัดส่วนมากกว่า 50% ปีนี้คาดว่าจะเติบโต 11% ส่วนน้ำผลไม้ 100% สัดส่วนเกือบ 50% เติบโต 11% เช่นเดียวกัน
นายดิกกี้ เดย์ ผู้อำนวยการฝ่ายงานพัฒนาธุรกิจประจำประเทศไทย บริษัท โคคาโคลา กล่าวว่า เทรนด์ที่ต้องจับตามองขณะนี้ คือ การเติบโตของชนชั้นกลางเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นกลุ่มมีกำลังการซื้อสูงเป็นโอกาสในการทำตลาดเครื่องดื่มใหม่ๆ สำหรับการทำตลาดบริษัทต้องการให้มินิทเมดการเป็นสินค้าแห่งการเฉลิมฉลองทุกช่วงโอกาส หลังจากพบว่าคนไทยมักจะมอบส้ม เพราะเป็นสัญลักษณ์ความโชคดีและการเริ่มต้นใหม่ในทุกเทศกาล
นอกจากนี้ ยังเปิดตัวแบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนล่าสุด เจมส์จิรายุ ตั้งศรีสุข เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ความสดชื่นอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมกับจัดกิจกรรมการตลาดอย่างครบวงจรช่วง 2 เดือน ในกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้มินิทเมด สแปลช พัลพิ และนิวทริบู๊สท์ จัดสื่อโฆษณากลางแจ้ง เพื่อสร้างการรับรู้และจดจำแบรนด์ แจกสินค้าตัวอย่างให้ทดลองชิมทั่วประเทศ
ทั้งนี้ การเปิดตัวแคมเปญดังกล่าวช่วงหน้าร้อนนี้ จะผลักดันยอดขายให้เติบโตได้ตามเป้าหมาย ปัจจุบันกลุ่มเครื่องดื่มไม่อัดก๊าซมีสัดส่วนรายได้ 20% ของบริษัทอีก 80% เป็นเครื่องดื่มอัดก๊าซ







