
บริหารเงินประกันสังคมกันอย่างไร?
พลันที่มีข่าวรัฐบาลและนักการเมืองจ้องปากมันที่จะเข้ามาล้วงเงินประกันสังคมไปใช้ จนเกิดคำถามมากมายถึงความโปร่งใสและความเป็นมืออาชีพในการบริหารเงินกองทุนประกันสังคมที่มูลค่ามหาศาล 1.1 ล้านล้านบาท และมีผู้ประกันตนกว่า 11 ล้านคน ร่วมกันเป็นเจ้าของ
พลันที่มีข่าวรัฐบาลและนักการเมืองจ้องปากมันที่จะเข้ามาล้วงเงินประกันสังคมไปใช้ จนเกิดคำถามมากมายถึงความโปร่งใสและความเป็นมืออาชีพในการบริหารเงินกองทุนประกันสังคมที่มูลค่ามหาศาล 1.1 ล้านล้านบาท และมีผู้ประกันตนกว่า 11 ล้านคน ร่วมกันเป็นเจ้าของ
วิน พรหมแพทย์ หัวหน้ากลุ่มงานลงทุนและรองโฆษก สำนักงานประกันสังคม จะมาตอบข้อสงสัยทั้งหมดว่า เงินกองทุนประกันสังคมเป็นของใคร บริหารจัดการอย่างไร
สิ้นปี 2556 กองทุนประกันสังคมมีเงินลงทุนจำนวน 1.1 ล้านล้านบาท นับว่าเป็นกองทุนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดย 90% ของเงินจำนวนนี้เป็นเงินออมของผู้ประกันตนจำนวนกว่า 11 ล้านคน ที่ประกันสังคมสะสมไว้รอจ่ายเป็นสิทธิประโยชน์บำเหน็จหรือบำนาญชราภาพหลังเกษียณ
เปรียบเทียบง่ายๆ ได้ว่า กองทุนประกันสังคม คือ “กระปุกออมสิน” ทำหน้าที่จัดเก็บเงินจากผู้ประกันตนที่ยังอยู่ในวัยทำงานและมีรายได้ นำมาสะสมไว้ก่อน เมื่อเจ้าของเงินเกษียณจากการทำงานและไม่มีรายได้แล้ว ก็จะได้รับเงินก้อนนี้กลับคืนไปเป็นบำเหน็จหรือบำนาญ
ในระหว่างที่เงินออมยังอยู่ใน “กระปุกออมสิน” ทีมงานลงทุนของสำนักงานประกันสังคม ก็มีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องนำเงินออมทั้งหมดนี้ไปลงทุนเพื่อให้ได้ดอกผล เงินก้อนนี้จะได้เติบโตขึ้นเพื่อช่วยรองรับภาระการจ่ายบำเหน็จหรือบำนาญเมื่อเจ้าของเงินเกษียณ ในเงินลงทุนกว่า 1.1 ล้านล้านบาท
สำนักงานนำไปลงทุนมีสัดส่วนคร่าวๆ ดังนี้
ตราสารหนี้ (พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ หุ้นกู้เอกชน) 88%
ตราสารทุน (หุ้น) 9%
การลงทุนทางเลือก (กองทุนอสังหาริมทรัพย์ กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน) 1%
เงินฝากธนาคารและอื่นๆ 2%
การลงทุนทั้งหมดอยู่ภายใต้ระเบียบการลงทุนที่เคร่งครัด ซึ่งกำหนดให้ลงทุนในทรัพย์สินที่มีความมั่นคงสูง เช่น พันธบัตร มากกว่า 60% ลงทุนในหุ้นและทรัพย์สินที่มีความเสี่ยงได้ไม่เกิน 40% ระเบียบและแผนการลงทุนต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ (บอร์ด) ประกันสังคม ซึ่งเป็นตัวแทนของเจ้าของเงิน ประกอบด้วยตัวแทนฝ่ายรัฐบาล นายจ้าง และลูกจ้าง ฝ่ายละ 5 คน
ดังนั้น ตามที่มีกระแสข่าวขอกู้เงินโดยตรงจากกองทุนเพื่อช่วยโครงการรับจำนำข้าว จึงไม่สามารถทำได้ตามระเบียบที่ใช้อยู่ การนำเงินไปลงทุนช่วยสร้างดอกผลให้กับเงินออมของคน 11 ล้านคน เป็นประจำทุกปี โดยในปี 2556 ที่ผ่านมา กองทุนได้รับดอกผลจากการลงทุนจำนวนมากกว่า 4.68 หมื่นล้านบาท (นับเฉพาะกำไรที่รับรู้แล้ว ไม่รวมกำไรทางบัญชี) ดอกผลที่เกิดจากการลงทุนนี้ก็ไม่ได้หายไปไหน เพราะทุกบาทที่ทำได้จะตกเป็นของกองทุน
ที่จริงแล้วในจำนวนเงินก้อนใหญ่ 1.1 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น “เงินต้น” คือ เงินที่นายจ้างและลูกจ้างช่วยกันสมทบเข้ามาในกองทุน เป็นจำนวน 777,403 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 322,222 ล้านบาท คือ “ดอกผลสะสม” ที่เราทำได้จากการนำเงินไปลงทุนตลอดระยะเวลา 23 ปีที่ผ่านมา
ดังนั้น การนำเงินออมใน “กระปุกออมสิน” ไปลงทุน จึงมีส่วนสำคัญอย่างมากที่จะทำให้เงินในกระปุกเติบโตอย่างที่เห็นในวันนี้
สำนักงานประกันสังคมมีนโยบายเปิดเผยข้อมูลการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ โดยนำเสนอรายงานผลการบริหารกองทุนต่อบอร์ดประกันสังคม กระทรวงแรงงาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สื่อมวลชน ผู้ประกันตน และผู้สนใจทั่วไปเป็นประจำ อย่างน้อย 1 ครั้งต่อไตรมาส
นอกจากนี้ ยังมีหน้าที่จัดทำงบการเงินเสนอสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เพื่อตรวจสอบเป็นประจำทุกปี







