
แนวทางช่วยเอสเอ็มอี
ในสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการชุมนุมทางการเมือง มีการปิดถนนมาอย่างต่อเนื่องในหลายเส้นทาง ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด จากปฏิบัติการชัตดาวน์กรุงเทพฯ ส่งผลให้บรรยากาศยอดขายหดจากการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนที่เป็นกำลังซื้อหลักลดลง
ในสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการชุมนุมทางการเมือง มีการปิดถนนมาอย่างต่อเนื่องในหลายเส้นทาง ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด จากปฏิบัติการชัตดาวน์กรุงเทพฯ ส่งผลให้บรรยากาศยอดขายหดจากการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนที่เป็นกำลังซื้อหลักลดลง
เพราะการชุมนุมนอกจากจะทำให้การเดินทางไม่สะดวกแล้ว ยังทำให้ประชาชนกังวลและระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น เพราะไม่แน่ใจว่าเหตุการณ์ชุมนุมจะจบเมื่อไหร่ จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวม การจ้างงาน และรายได้ในอนาคตหรือไม่ ประชาชนจึงต้องประหยัดไว้ก่อน
ภาวะเช่นนี้เริ่มส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการรายย่อยและเอสเอ็มอีที่สายป่านสั้นกว่า ผู้ประกอบการรายใหญ่เริ่มได้รับผลกระทบมากขึ้น โดยเฉพาะเอสเอ็มอีในภาคธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร สถานบันเทิง ร้านขายของที่ระลึก ผู้ประกอบการที่ตั้งในทำเลใกล้ที่ชุมนุม ฯลฯ ยิ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติห่วงเรื่องความปลอดภัยมากเป็นพิเศษ
ขณะที่ธนาคารที่ปล่อยกู้แก่เอสเอ็มอี ไม่ว่าธนาคารเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารพาณิชย์ ต่างเริ่มระมัดระวังการให้กู้และหามาตรการช่วยเหลือลูกค้าเดิมของตัวเองแทบจะทุกช่องทาง เพื่อไม่ให้ลูกค้าเหล่านี้ไปเพิ่มยอดหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ จนสั่นคลอนต่อฐานะของธนาคารในอนาคตให้สูญเสียความน่าเชื่อถือจากประชาชน
ทั้งนี้ ถึงแม้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะออกมายืนยันมาตลอดว่ายอดเอ็นพีแอลในระบบธนาคารพาณิชย์ไม่ได้เพิ่มขึ้นผิดปกติ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าหนี้เอ็นพีแอลไม่เพิ่มหรือการผิดนัดชำระหนี้ไม่เกิดขึ้น เพราะเอสเอ็มอีแบงก์เองข้อมูลที่ออกมาล่าสุดเมื่อสิ้นปี 2556 ที่ผ่านมา ก็เริ่มพบว่ายอดเอ็นพีแอลเพิ่มสูงขึ้นเป็น 3.1 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 31% ซึ่งสูงกว่าเป้าที่ธนาคารกำหนดเอาไว้ที่ 2.89 หมื่นล้านบาทแล้ว
สำหรับเอ็นพีแอลของระบบธนาคารพาณิชย์ถึงแม้ว่าขณะนี้จะไม่เพิ่มขึ้นสูงชัดเจนนัก แต่ทุกธนาคารต่างก็เริ่มระมัดระวังปัญหาหนี้เสียและการผิดนัดชำระหนี้ของลูกค้าที่เริ่มส่งสัญญาณสูงขึ้นมาตลอด
ธนาคารพาณิชย์แทบทุกแห่ง ทั้งกรุงไทย กสิกรไทย ทหารไทย ไทยพาณิชย์ ต่างเริ่มออกแนวทางช่วยเหลือลูกค้าของตัวเองกันจ้าละหวั่นเพื่อประคับประคองมิให้ภาคธุรกิจโดยเฉพาะลูกค้าเอสเอ็มอีที่สายป่านสั้น กระแสเงินสดหมุนเวียนน้อย ด้วยการเปิดทางให้ลูกค้าเข้ามาหารือเพื่อปรับลดดอกเบี้ยลงมา บางรายก็ได้ผ่อนปรนด้วยการยืดระยะเวลาในการผ่อนชำระหนี้ให้นานขึ้น โดยจะพิจารณาเป็นรายไป
หลายธนาคารประกาศว่า หากมีลูกค้าผู้ประกอบการรายใดได้รับผลกระทบจากยอดขายอย่างหนัก ธนาคารจะเข้าไปช่วยเหลือทันที ทั้งการปรับวงเงินชำระหนี้และการให้วงเงินเพิ่มเติมเพื่อเสริมสภาพคล่อง เพื่อช่วยเหลือลูกค้าเอสเอ็มอีและลูกค้าผู้ใช้สินเชื่อทุกประเภทผ่านห้วงเวลานี้ไปให้ได้มากที่สุด
อย่างไรก็ตาม ธนาคารต่างๆ จะสามารถนำพาลูกหนี้ของตัวเองผ่านสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ไปได้หรือไม่ ต้องติดตามจากยอดหนี้เสียที่ ธปท.จะทยอยประกาศออกมาในช่วงสิ้นเดือน ม.ค.นี้ต่อไป เพราะจนถึงขณะนี้ปัญหาการเมืองยังส่อไปในทางยืดเยื้อมากกว่าจะคลี่คลายลงในเวลาอันสั้น







