
อานุภาพร้ายของพรก.ฉุกเฉิน
พลันที่รัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ก็มีความเห็นจาก อิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ว่า ส่งผลกระทบร้ายแรงยิ่งกว่าการชัตดาวน์กรุงเทพฯ ของกลุ่ม กปปส.
พลันที่รัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ก็มีความเห็นจาก อิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ว่า ส่งผลกระทบร้ายแรงยิ่งกว่าการชัตดาวน์กรุงเทพฯ ของกลุ่ม กปปส.
และคงไม่มีภาคธุรกิจใดที่รู้ซึ้งถึงอานุภาพอันร้ายแรงของการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เท่ากับภาคธุรกิจท่องเที่ยว
ยุทธชัย สุนทรรัตนเวช นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ ถึงกับออกปากว่า การท่องเที่ยวถูกแตะเบรกจนหัวทิ่ม และรัฐบาลไม่ใช้วิจารณญาณในการประกาศ เพราะเป็นการประกาศใช้ก่อนวันหยุดยาวในเทศกาลตรุษจีนที่จะเริ่มวันที่ 30 ม.ค.นี้ เพียงสัปดาห์เดียว
ภาคธุรกิจท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม รีสอร์ท ร้านอาหาร การบริการและการขายสินค้าต่างๆ ล้วนรอเทศกาลนี้ เพราะจะมีนักท่องเที่ยวจากจีนที่จะหยุดยาวถึง 10 วัน รวมทั้งญี่ปุ่น เกาหลี มาเป็นรายได้ต่อลมหายใจปีนี้
แต่เงินที่กำลังลอยมาก็หายวับไปในพริบตา เมื่อมีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
ปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ก็ยังเห็นว่า ที่ผ่านมาแม้จะมีการชุมนุมทางการเมืองและประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ แต่ภาคธุรกิจท่องเที่ยวก็ประคับประคองสถานการณ์มาได้โดยตลอด แต่เมื่อมีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หลายประเทศยกระดับการเตือนภัยทันที
พร้อมทั้งประเมินว่า การประกาศใช้นานถึง 60 วัน จะทำให้ต่างชาติมาไทยลดลง 1.8 ล้านคน สูญรายได้กว่า 8.2 หมื่นล้านบาท
ขณะที่สภาธุรกิจตลาดทุนไทย ก็ออกมาระบุว่า ไม่ได้กระทบต่อการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่กระทบต่อการเดินทางมาไทยของชาวต่างชาติในการทำธุรกิจอื่นๆ ด้วย
ขณะที่ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ไม่สร้างความหวาดกลัวต่อผูชุมนุม แต่กลับแสดงอานุภาพร้ายแรงต่อการท่องเที่ยวที่สร้างรายได้เข้าประเทศ
จึงไม่น่าแปลกใจที่ภาคธุรกิจท่องเที่ยวจะยื่นหนังสือถึงรัฐบาลให้ยกเลิกการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน







