
ออฟฟิศเมทต่อยอดธุรกิจ
ท้าลุยพรินติงขยายบิซิเนสโซลูชั่นรอบด้านควักงบ600ล้านบาทผุด8สาขาใหม่ปีนี้
ท้าลุยพรินติงขยายบิซิเนสโซลูชั่นรอบด้านควักงบ600ล้านบาทผุด8สาขาใหม่ปีนี้
ออฟฟิศเมททุ่ม 600 ล้านบาท ขยายสาขา พร้อมเปิดธุรกิจพรินติง ก่อนต่อยอดสู่บิซิเนสโซลูชั่น
เชื่อปัญหาการเมืองไม่ยืดเยื้อ รับกระทบยอดบางสาขา แต่ภาพรวมยังเติบโต
นายวรวุฒิ อุ่นใจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออฟฟิศเมท เปิดเผยว่า ธุรกิจสินค้าเครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงาน มูลค่าตลาดกว่า 2-3 หมื่นล้านบาท ยังขยายตัวดีจากการเติบโตของภาคธุรกิจ ออฟฟิศเมทจึงเตรียมงบลงทุน 600 ล้านบาท ในปี 2557 เพื่อขยายสาขา 8 แห่ง แบ่งเป็นกรุงเทพฯ 4 แห่ง และต่างจังหวัด 4 แห่ง เพื่อรองรับความต้องการของสำนักงานและบริษัทต่างๆ รวมทั้งรักษาการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ยังได้เปิดตัวธุรกิจพรินติงในปี 2556 และจะให้บริการแบบเต็มรูปแบบในปีนี้ เนื่องจากเห็นว่าความต้องการงานพิมพ์ของภาคธุรกิจยังมีอยู่มาก เมื่อให้บริการไปพร้อมกับแบรนด์ออฟฟิศเมท เชื่อว่าจะได้รับการตอบรับ โดยตั้งเป้ารายได้เบื้องต้น 20 ล้านบาท และมีแผนขยายเป็นธุรกิจบิซิเนสโซลูชั่นครบวงจรในอนาคต ซึ่งภายในปีนี้จะเริ่มบริการรับส่งพัสดุและรับชำระค่าบริการอีกด้วย
“ธุรกิจอุปกรณ์สำนักงานกว้างมาก ตั้งแต่เครื่องเขียน เฟอร์นิเจอร์ หรือแม้แต่แคนทีน หรือห้องอาหารในสำนักงาน ซึ่งออฟฟิศเมทมีครบอยู่แล้ว การขยายมาให้บริการบิสสิเนสโซลูชั่น จะทำให้มีบริการครบถ้วนยิ่งขึ้น ยิ่งดูจากลูกค้าของออฟฟิศเมท ที่มีกว่าแสนรายต่อปี จะเป็นฐานลูกค้าเป้าหมายที่มาใช้งานก่อน” นายวรวุฒิ กล่าว
สำหรับสถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้น และการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น ยอมรับว่าได้รับผลกระทบเล็กน้อย โดยสาขาที่ใกล้การชุมนุม ยอดขายลดลงประมาณ 30% แต่เชื่อว่าจะไม่ยืดเยื้อ อย่างช้าสุดน่าจะจบได้ภายในไตรมาสแรก ขณะที่ภาพรวมธุรกิจของออฟฟิศเมทยังเป็นไปในทิศทางที่ดี เนื่องจากอุปกรณ์ซัพพลายสำหรับสำนักงานเป็นสิ่งจำเป็นต้องใช้ และบริการอีคอมเมิร์ซออนไลน์ รวมทั้งเดลิเวอรีช่วยหนุนให้ยอดขายเติบโตขึ้น โดยตั้งเป้าการเติบโตปีนี้ 20%
ขณะเดียวกัน บริษัทยังมีแผนขยายสาขาไปต่างประเทศพร้อมกับเซ็นทรัล กรุ๊ป โดยใน 2-3 ปีนี้จะศึกษาสภาพตลาดที่แตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ แต่การขยายไปพร้อมกันทั้งกรุ๊ป เป็นจุดแข็งเพราะลงทุนต่ำกว่า และมีต้นทุนบริหารจัดการต่ำกว่า การไปเปิดธุรกิจเอง โดยเบื้องต้นเน้นที่ 3 ประเทศ คือ เวียดนาม อินโดนีเซีย และลาว ซึ่งยังไม่มีธุรกิจเครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงานที่แข็งแกร่งอยู่เชื่อว่าออฟฟิศเมท สามารถเข้าไปทำตลาดได้







