posttoday
แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ปี'57 ปรับสัดส่วนสินค้าฝ่าม็อบ

แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ปี'57 ปรับสัดส่วนสินค้าฝ่าม็อบ

24 มกราคม 2557

สุกัญญา สินถิรศักดิ์

สุกัญญา สินถิรศักดิ์

จากสถานการณ์การเมืองที่ยังไร้ความชัดเจนเป็นผลให้ แม้แต่พี่ใหญ่ของวงการอย่างแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ที่มีความแข็งแกร่งทั้งด้านการเงินและแผนการตลาดต่างๆ ยังต้องรื้อแผนที่สรุปเรียบร้อยแล้วมาทบทวนใหม่ พร้อมกับตัดสินใจปรับลดเป้าการเติบโตปีนี้ลงเหลือ 6% จากเดิมตั้งเป้าเติบโตไว้กว่า 15%

“ต้องยอมรับว่าทุกคนกระทบหมดจากปัจจัยทางการเมือง ปฏิเสธไม่ได้ว่าดีมานด์ไซส์ลดลง หรือเดินไปแบงก์วันนี้ ทุกแบงก์ก็เข้มกับการปล่อยสินเชื่อหมด ทุกคนคงต้องปรับตัว เห็นได้จากการที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เปิดตัวโครงการใหม่ลดลง และเวลานี้สภาพคล่องทางการเงินเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด” นพร สุนทรจิตต์เจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ กล่าว

นพร กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ปัญหาทางการเมืองเป็นผลกระทบระยะสั้น การลงทุนยังคงต้องเดินหน้าต่อเนื่อง เพราะเป็นสิ่งที่นักลงทุนมองภาพระยะยาว ดังนั้น ในการทบทวนแผนการลงทุนในปี 2557 นี้จึงไม่ได้ลดจำนวนโครงการลงยังคงเปิดเท่าเดิม 21 โครงการ มูลค่ารวม 3.5 หมื่นล้านบาท แต่ต้องลดเป้ายอดขายลง

นอกจากนี้ การจะลงทุนอะไรใหม่ๆ ก็ต้องศึกษาอย่างรอบคอบ ถ้าลงทุนอะไรแล้ว อัตราผลตอบแทนไม่คุ้มค่าก็ไม่ลงทุน โดยแม้ว่าปัจจัยทางการเมืองจะยังร้อนแรง แต่ราคาที่ดินก็ไม่ปรับลดลงเลย เพราะผู้ที่ครอบครองที่ดินส่วนใหญ่ก็เป็นกลุ่มคนมีเงิน ไม่ได้รีบร้อนที่จะขาย อีกทั้งฝั่งผู้ขายยังประเมินว่าราคาขายคอนโดมิเนียมต่อตารางเมตร (ตร.ม.) ยังไม่มีสัญญาณที่จะปรับตัว ฝั่งที่ดินจึงไม่ปรับลดเช่นกัน

สำหรับน้ำหนักในการลงทุนปีนี้สัดส่วนคอนโดมิเนียมลดลงเหลือ 31% จากปีที่แล้ว 35% ส่วนบ้านเดี่ยวปีนี้อยู่ที่ 61% จากปีที่แล้วอยู่ที่ 60% ส่วนทาวน์เฮาส์ขยับขึ้นมาเป็น 8% จากปีที่แล้วอยู่ที่ 5% ส่วนระดับราคาที่อยู่อาศัยใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา แต่เพิ่มสัดส่วนให้กับกลุ่มบ้าน 24 ล้านบาทมากขึ้นเล็กน้อยเป็น 20% จากปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 17% ส่วนกลุ่มบ้านหรู 10-25 ล้านบาท ลดสัดส่วนลงเหลือ 20% จากปีที่แล้ว 25%

ทางด้านการมองหาตลาดใหม่ๆ ในต่างจังหวัดจะยังเน้นเมืองท่องเที่ยวและเมืองมหาวิทยาลัย โดยปีนี้จะเป็นปีแรกที่เข้าไปบุกตลาดมหาสารคาม โดยเลือกแบรนด์บ้านสวลีราคาประมาณ 3 ล้านบาท เข้าไปทำตลาด เพราะมหาสารคามเป็นเมืองมหาวิทยาลัยที่มีกำลังซื้อระดับปานกลางค่อนไปสูง และเป็นตลาดที่ประเมินแล้วว่าเหมาะกับที่อยู่อาศัยแนวราบมากกว่า

ส่วนตลาดคอนโดมิเนียมในต่างจังหวัดที่ผ่านมาเติบโตอย่างหวือหวา แต่ไม่ยั่งยืน เพราะต่างจังหวัดยังมีอุปทานที่ดินจำนวนมาก ดังนั้น ที่อยู่อาศัยแนวราบจึงเหมาะกว่าแนวสูง ส่วนการแก้ปัญหาแบงก์เข้มปล่อยสินเชื่อปรับตัวได้เพียงการเพิ่มสัดส่วนเงินดาวน์เป็น 10-25% ขึ้นอยู่กับระยะเวลาก่อสร้างโครงการและลักษณะของโครงการนั้นๆ

ขณะที่ภาวะตลาดที่อยู่อาศัยในปี 2557 นี้ ประเมินว่า การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย แม้จะมีการยืดโอนจากลูกค้าจำนวนหนึ่ง แต่เชื่อว่าจะยังเติบโต89% เพราะเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคจองไว้แล้ว เป็นยอดขายที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้าที่จะมีปัญหาทางการเมือง ซึ่งไม่ได้สะท้อนภาวะที่แท้จริงของตลาดต้องดูตัวเลขยอดขาย หรือพรีเซล ที่ภาพรวมปีนี้คงเติบโตได้เพียง 5% แต่ถ้าการเมืองยืดเยื้อนานก็อาจส่งผลให้ท้ายที่สุดแล้ว ตลาดอาจไม่โต

หากย้อนกลับไปดูตลาดปี 2556 ที่ผ่านมา พบว่า ตัวเลขโดยรวมของบ้านจดทะเบียนเดือน ม.ค.-พ.ย. 2556 ยอดจดทะเบียนที่อยู่อาศัยในโครงการจัดสรร (ไม่รวมสร้างเอง) มีทั้งหมด 96,660 หน่วย เพิ่มขึ้น 8.0% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

ทั้งนี้ ในจำนวนดังกล่าวบ้านเดี่ยวจดทะเบียนใหม่ 11,707 หน่วย เพิ่ม 21.2% บ้านแฝด 1,972 หน่วย เพิ่ม 101.6% ทาวน์เฮาส์ 18,501 หน่วย เพิ่ม 75.9% คอนโดมิเนียม 64,480 หน่วย ลดลง 5.7%

ความผันผวนในธุรกิจที่อยู่อาศัย ทำให้นโยบายกระจายความเสี่ยงของแลนด์ฯ ไปธุรกิจอื่นๆ เช่น ธุรกิจเพื่อเช่า โรงแรม เซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ ค้าปลีก มีภาพที่ส่งผลบวกกลับเข้ามาที่บริษัทชัดเจนมากขึ้น เพราะภายใต้ยอดขายที่อยู่อาศัยที่มีแนวโน้มเติบโตลดลง แต่รายได้รวมทั้งบริษัทยังมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ