
มาเลย์โหมดึงทุนยานยนต์ไทยมั่นใจยังเอาอยู่
ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ
ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ
การประกาศมาตรการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศมาเลเซียครั้งล่าสุด ทำให้ค่ายรถยนต์หันไปให้ความสนใจกับมาเลเซียมากขึ้น หลังจากที่มาเลเซียใช้นโยบายปกป้องผู้ผลิตยานยนต์ภายในประเทศมาเป็นเวลานาน แต่ในครั้งนี้ได้ออกนโยบายเปิดกว้างรองรับการลงทุนจากทุกประเทศ โดยมีมาตรการที่ดึงดูดใจมากมาย
มาเลเซียประกาศอย่างเป็นทางการว่าต้องการเพิ่มศักยภาพในด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ ด้วยการเตรียมผ่อนปรนความเข้มงวดของกฎหมายฉบับเดิม เพื่อให้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ต่างชาติ สามารถลงทุนตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ขนาดเล็กประหยัดพลังงานในมาเลเซียได้ง่ายขึ้น เน้นการผลิตรถยนต์นั่งขนาดกลางและรถกระบะเป็นหลัก จะทำให้มาเลเซียกลายเป็นตลาดใหม่สำหรับผู้ผลิตรถยนต์ขนาดเล็กประหยัดพลังงาน รวมถึงส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสามารถผลิตรถยนต์ขนาด 1.8 ลิตร ได้ทันทีโดยไม่ต้องร่วมทุนกับเอกชนท้องถิ่น
เพียงใจ แก้วสุวรรณ ประธานสมาพันธ์อุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอาเซียน และนายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เปิดเผยว่า นโยบายดังกล่าวของมาเลเซียจะสามารถดึงดูดนักลงทุนได้เป็นอย่างดี เนื่องจากในอาเซียน มีประเทศผู้ผลิตรถยนต์เพียงไม่กี่ประเทศ ได้แก่ ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ การประกาศนโยบายที่ชัดเจนของมาเลเซียครั้งนี้ได้สร้างความตื่นตัวให้กับผู้ประกอบการอย่างมาก
ทั้งนี้ นักลงทุนสนใจเข้าไปลงทุนในมาเลเซียมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้า รถยนต์เทคโนโลยี ไฮบริด และรถยนต์ประหยัดพลังงาน ขณะที่ปัจจุบันไทยยังไม่มีนโยบายด้านนี้ที่ชัดเจน ยังเน้นสนับสนุนรถยนต์ที่ใช้พลังงานทดแทนเป็นหลัก ขณะที่ค่ายรถยนต์มีความพร้อมด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ มากขึ้นแล้ว
อย่างไรก็ตาม การส่งเสริมการผลิตรถยนต์ขนาด 1.8 ลิตร นั้นเป็นรถยนต์ขนาดกลาง ซึ่งเป็นตลาดรถยนต์หลักของมาเลเซียอยู่แล้ว ดังนั้นส่วนนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อไทยมาก แต่ในส่วนของการส่งเสริมเทคโนโลยีใหม่นั้นน่าจะมีผลกระทบต่อไทยบ้าง
หากไทยมีนโยบายสนับสนุนที่ชัดเจนมากขึ้นในส่วนนี้ บริษัทผู้ผลิตรถยนต์น่าจะสนใจขยายการลงทุนในไทยมากกว่า เพราะมีฐานการผลิตขนาดใหญ่อยู่ในไทยอยู่แล้ว
สำหรับประเทศมาเลเซียมีความโดดเด่นด้านการผลิตรถยนต์นั่ง รถตู้ และรถตู้อเนกประสงค์ (เอ็มพีวี) โดยมีปริมาณการผลิตอยู่ประมาณ 6-8 แสนคันต่อปี ซึ่งมีค่ายรถยนต์จากญี่ปุ่นเข้าไปตั้งโรงงานผลิตอยู่ในมาเลเซียเกือบทุกค่าย แต่ยังเป็นฐานขนาดเล็ก เพราะตลาดภายในประเทศเล็ก และการส่งออกยังมีปริมาณน้อย
“นโยบายเดิมของมาเลเซียในการปกป้องผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศนั้นไม่ประสบความสำเร็จ เป็นการปิดกั้นตัวเอง จากนี้จึงมีนโยบายเปิดกว้างซึ่งค่ายรถยนต์ก็ให้ความสนใจเรื่องนี้ และอาจจะมีการลงทุนในมาเลเซียเพิ่ม”
ศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การออกนโยบายของมาเลเซียจะไม่กระทบต่อไทยในแง่แย่งเม็ดเงินลงทุนไปโดยมาเลเซียได้พยายามผลักดันส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์อยู่แล้ว ซึ่งในอดีตอุตสาหกรรมด้านนี้เคยเฟื่องฟูมาก่อน แต่กลับซบเซาลงหลังมีมาตรการปกป้องผู้ผลิตในประเทศในช่วงก่อนหน้านี้
ทั้งนี้ ด้วยมาตรการส่งเสริมรถยนต์แห่งชาติ ทำให้แบรนด์โปรตอนของมาเลเซียยังได้รับสิทธิประโยชน์สูงสุด การเข้าไปลงทุนผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศของค่ายรถยนต์ต่างชาติจึงต้องเสียภาษีในอัตราสูง การแข่งขันทำได้ยาก ขณะที่ตลาดมาเลเซียมีขนาดเล็กด้วยประชากรเพียง 20-30 ล้านคน และการส่งออกน้อย ทำให้ยังไม่ดึงดูดการลงทุนเท่าที่ควร ดังนั้นการพิจารณาเข้าไปขยายการลงทุนจะต้องพิจารณาปัจจัยอื่นๆ นอกเหนือจากมาตรการส่งเสริมนี้ด้วย







