posttoday
สิ่งที่ไทยต้องทำหลัง"บาหลี แพกเกจ"

สิ่งที่ไทยต้องทำหลัง"บาหลี แพกเกจ"

21 มกราคม 2557

ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

การประชุมองค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) ครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 2556 ได้บรรลุข้อตกลงในการสนับสนุนการค้าโลก ที่เมืองบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย และเรียกข้อตกลงดังกล่าวว่าเป็น “บาหลี แพคเกจ” น่าติดตามว่า ข้อตกลงดังกล่าวมีขอบข่ายอย่างไร และมีผลกระทบต่อไทย หรือไทยจะใช้โอกาสนี้สร้างประโยชน์ทางการค้าอย่างไร

สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ไอทีดี) จึงร่วมกับดับเบิลยูทีโอ จัดสัมมนาหัวข้อ “เกาะติดการเจรจาการค้าโลกที่บาหลี : ท่าทีและผลกระทบต่อไทย” โดย วัชรัศมิ์ ลีละวัฒน์ รักษาการผู้อำนวยการสถาบันไอทีดี กล่าวว่า ท่าทีภายหลังข้อตกลงที่บาหลีสำหรับไทยที่อยู่ในความสนใจมาก คือ เรื่องการอำนวยความสะดวกทางการค้า ขจัดสิ่งที่เป็นอุปสรรคต่อการค้า เช่น พิกัดภาษี ระเบียบ ท่าเรือ และความไม่สะดวกต่างๆ

ทั้งนี้ สมาชิกทุกประเทศจะได้รับประโยชน์จากข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งในปัจจุบันต้นทุนที่เกิดจากความไม่สะดวกทางการค้าของไทย คิดเป็นสัดส่วน 16% ของราคาสินค้า หากสามารถปรับปรุงได้จะทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น โดยข้อตกลงดังกล่าวกำหนดให้มีการปฏิรูปกระบวนการทางศุลกากร ท่าเรือ ซึ่งเป็นข้อผูกพันสำหรับทุกประเทศสมาชิก ยกเว้นกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาให้ขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละประเทศ โดยสามารถดำเนินการบางส่วนได้ทันที (ซึ่งไทยจะต้องประกาศว่าจะดำเนินการส่วนไหน) หรือเลื่อนดำเนินการ แต่ต้องแจ้งว่าจะดำเนินการเมื่อไหร่ หรือจะดำเนินการปฏิรูปเมื่อพร้อม

สำหรับประเทศไทยที่จะปรับปรุงได้ คือ กฎระเบียบด้านศุลกากร การจัดทำจุดให้บริการรวมศูนย์ (วันสต็อปเซอร์วิส) การจัดทำซิงเกิล วินโดว์ เพื่ออำนวยความสะดวกต่อการนำเข้าส่งออกสินค้า รวมถึงการปรับปรุงท่าเรือให้มีขนาดใหญ่พอที่จะรองรับการค้าและระบบการบริหารจัดการที่ดีขึ้น เป็นต้น

สำหรับการอำนวยความสะดวกด้านการค้าภายในอาเซียน หรือการทำการรับรองแหล่งกำเนิดสินค้าด้วยตัวเอง (SelfCertification) ที่จะเริ่มใช้ในอาเซียนคงต้องใช้เวลาในการดำเนินการ

“ไทยขนส่งสินค้าภายในภูมิภาค มีต้นทุนการขนส่งมากกว่าส่งไปยังสหรัฐอเมริกาหรือยุโรป จึงจำเป็นต้องปรับปรุงภายในภูมิภาค หากสำเร็จสินค้าจะส่งออกได้เพิ่มขึ้น และส่งผลต่อไปยังเศรษฐกิจและการจ้างงานที่สูงขึ้น” วัชรัศมิ์ กล่าว

ด้านสินค้าเกษตร ไทยจะคงท่าทีเดิมไว้ คือเดินหน้าเจรจาลดการอุดหนุนสินค้าเกษตร แต่สิ่งที่น่าห่วงคือนโยบายการจำนำข้าวของไทย ที่คณะกรรมการด้านการเกษตรของดับเบิลยูทีโอตั้งคำถามว่าไทยใช้เงินอุดหนุนไปเท่าไหร่ แต่ฝ่ายไทยยังไม่มีคำตอบให้ หากไทยอุดหนุนเกินกว่าที่กำหนดไว้อาจผิดต่อข้อตกลงดับเบิลยูทีโอได้ ทำให้ไทยอยู่ระหว่างการถูกจับตามองอยู่

แหล่งข่าวจากองค์การการค้าโลก กล่าวว่า สิ่งที่ไทยต้องทำหลังจากนี้ คือ นำข้อปฏิบัติของดับเบิลยูทีโอมาดูว่า จะดำเนินการเรื่องอะไรได้บ้างในส่วนของในเรื่องการอำนวยความสะดวกทางการค้า สิ่งต่อไปคือ ไทยต้องเข้าร่วมการเจรจารอบโดฮาให้เสร็จ โดยภายในปลายปี 2558 น่าจะเห็นว่าดำเนินการได้มากน้อยแค่ไหน

ทั้งนี้ การเจรจาดับเบิลยูทีโอเป็นเรื่องระยะยาว แต่เดิมไทยมีร่วมอย่างมากในเรื่องสินค้าเกษตรเมื่อครั้งการเจรจารอบอุรุกวัย เพราะขณะนั้นไทยเดือดร้อนจากการอุดหนุนสินค้าเกษตรของประเทศที่ร่ำรวย แต่ปัจจุบันไม่มีปัญหาเพราะสินค้าเกษตรมีราคาแพง การอุดหนุนจึงน้อยลง แต่หากวงจรสินค้าเกษตรกลับไปสู่ช่วงราคาต่ำอีก โดยยังไม่มีข้อตกลงเรื่องปฏิรูปการอุดหนุนสินค้าเกษตร ประเทศที่ร่ำรวยจะยังคงได้รับเพดานการอุดหนุนสินค้าเกษตรในระดับสูงอยู่ ไทยจึงต้องการดึงเพดานการอุดหนุนลงมา ไทยจึงยังคงต้องผลักดันประเด็นสินค้าเกษตรอย่างต่อเนื่อง

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค