
แนวคิดซามูไรกับคนรุ่นใหม่ที่ไม่ธรรมดา
ช่วงปีใหม่ได้มีเวลาอ่านหนังสือแล้วดูหนังหลายๆ เรื่อง ทำให้เกิด Idea ที่เอามาต่อยอดทางความคิดในการทำงานมากมาย เริ่มตั้งแต่แผนที่เราตั้งธงจะทำปีหน้า
ช่วงปีใหม่ได้มีเวลาอ่านหนังสือแล้วดูหนังหลายๆ เรื่อง ทำให้เกิด Idea ที่เอามาต่อยอดทางความคิดในการทำงานมากมาย เริ่มตั้งแต่แผนที่เราตั้งธงจะทำปีหน้า
หลายคนอาจจะสงสัยว่า จะตั้งเป้าหมายไปทำไม ในเมื่อเราทำทุกอย่างให้ดีที่สุดทุกๆ วันก็พอแล้ว ...ฮึม!! ผมว่าคิดแบบนั้นมันเท่ดีนะ แต่มันใช้จริงๆ ไม่ได้ เพราะการทำให้ดีที่สุด มันแปลตรงๆ ตามภาษามนุษย์เงินเดือนอีกอย่างว่า “เช้าชามเย็นชาม” ...ต่อด้วย วันจันทร์เครียด วันศุกร์เฮ ประมาณนั้น
ใช่!! สิ่งแรกที่จะต้องทำในปีใหม่ ทุกๆ ปี ก็คือ การตั้งเป้าหมายของปีว่าจะทำอะไร เพราะการเดินทางไม่ว่าคุณจะเก่งสักแค่ไหน หากคุณไม่มีทิศทางที่จะไปก็คงไม่ได้ไปไหน ก็เลยอยู่ที่เดิมว่างั้นเถอะ ดังนั้น การตั้งเป้าจะช่วยให้เรารู้ทิศทางที่จะเดิน ท่ามกลางความปั่นป่วนของภาวะบ้านเมือง รวมทั้งตลาดหุ้นซบเซาในขณะนี้
คำถามของหลายๆ คน อาจจะมีว่า “ฮึม!! คิดไม่ออกว่าจะตั้งเป้าหมายให้สามารถพัฒนาตัวเองอย่างไร เพราะตอนนี้คิดว่าตัวเองแจ๋วแล้ว” ...เออ ถ้าเป็นแบบนี้แสดงว่าคุณใกล้ๆ Peak ของคุณ หลังจากนี้หน้าที่การงานและความสามารถอาจจะกำลังเตรียมเข้าสู่ขาลงหรือ Down Cycle ...สิ่งที่ฉุดคุณและผมให้ไม่กล้าทำอะไรใหม่ๆ หรือคิดแตกต่าง คิดนอกกรอบ ก็คือ Comfort Zone หรือจุดที่เราทำแล้วได้ผลดีในอดีต จากนั้นไอ้ผลดีนี่แหละที่ทำให้เราติดกับดักความดีที่ทำมา ...มันเหมือนคุกที่เราสร้างขึ้น ตีกรอบให้เราไม่เติบโตทางความคิดนั่นแหละ
ง่ายๆ นะ ถ้าใครอยากพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้น ก้าวหน้าขึ้น รับปีมะเมีย ก็ต้องเริ่มจากการออกจาก Comfort Zone ซึ่งมันอาจหมายถึงความรู้สึกกลัวและไม่มั่นใจในช่วงแรก เพราะเราออกจากจุดที่เราถนัดมาลองดูในจุดที่ท้าทายใหม่
บางคนอาจจะบอกว่า ถ้าเป็นเรื่องงานการทำอะไรใหม่ๆ อาจจะยังกลัวหรือยังไม่มีโอกาส ...ลองแบบนี้สิครับ – ลองออกจาก Comfort Zone ในเรื่องส่วนตัว...ผมไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่งเกี่ยวกับการมองโลกในแบบซามูไร อ่านแล้วรู้สึกมันเท่เอามากๆ
ในวิถีของซามูไร เขาเรียกว่า บูซิโด มันเป็นการดำเนินชีวิตแบบมีระเบียบวินัยและมีความเชื่อมั่นในสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างมหาศาล ...นั่นเป็นวิถีที่ทำให้คนญี่ปุ่นในรุ่นก่อน ทำงานให้องค์กรแบบถวายชีวิต ทำจนตายและทุ่มทุกอย่างเสมือนซามูไร รับใช้เจ้านายของตัวเองนั่นแหละ ...แต่สิ่งที่น่าสนใจมากกว่านั้นคือ การมอง The Art of War ในแบบซามูไรที่เขากล่าวว่า การที่จะสามารถชนะศึกสงคราม เราต้องเอาชนะใจลูกน้องให้ได้ก่อน ซึ่งก็คือบริวารที่อยู่ใต้เรา ซึ่งการที่เราจะเอาชนะใจของบริวารได้ เราต้องสามารถเอาชนะใจของตัวเองได้ก่อน – ตรงนี้แหละโดนมากมันเป็น Step ที่คนส่วนใหญ่มองข้าม โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่เดี๋ยวนี้ ทุกๆ ย่างก้าวของชีวิตคือ การแข่งขัน แข่งเรียน แข่งสอบเข้ามหาวิทยาลัย แข่งทำงานในบริษัทดัง แข่งๆๆๆ แต่ทุกคนลืมไปว่าเดี๋ยวนี้คนอื่นๆ ก็มีความเก่งไม่แตกต่างกัน ผลมาจากโลกที่การติดต่อสื่อสารเชื่อมโยงองค์ความรู้ทั้งโลกเข้าด้วยกัน การที่เราจะสามารถเหนือกว่าคนอื่น โดยที่เราต้องฉลาดกว่า เก่งกว่า มันทำได้ยากขึ้นทุกที มันถึงต้องกลับมาหามุมที่คนรุ่นใหม่มองข้ามคือ การเอาชนะใจตัวเอง ...ถ้าให้ผมมองใกล้ตัวสุดคือ มองที่ร่างกายเราก่อนเลย ถ้าอยากเอาชนะร่างกายลองออกกำลังกายแบบเอาจริงเอาจังดูสิ แล้วจับดูว่าสามารถลดน้ำหนักได้เท่าไหร่ ซึ่งจุดนี้ผมว่า ถ้าเราเอาชนะร่างกายได้มันจะเพิ่มความมั่นใจของเราในการทำสิ่งต่างๆ ได้ดีขึ้นตามมา
วันนี้มองไปรอบๆ ตัว คุณจะเห็นเลยว่าสิ่งรอบๆ ตัว มันพยายามบีบให้คุณ อ้วน!! บีบให้คุณเป็นโรคบีบให้คุณดูโทรมแย่ ซึ่งนี่แหละ ยิ่งยาก ยิ่งท้าทาย เพราะถ้าพาตัวเองออกจาก Comfort Zone โดยที่เราเอาชนะใจตัวเองได้ ผมเชื่อว่าคุณใกล้จะเป็นซามูไรแล้วล่ะ
สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างของปีนี้ น่าจะเป็นการเข้าใจเรื่องการออมในหุ้น เพราะเมื่อใดก็ตามที่คนส่วนใหญ่รู้สึกกลัวมันแปลความหมายง่ายๆ เลยว่า ตลาดไม่แพง ซึ่งจุดนี้หลายๆ คน เจ็บตัวเยอะจากการเล่นหุ้นปั่นในช่วงปีที่ผ่านมา ก็อยากให้ลองมองในมุมที่แตกต่างคือ คนส่วนใหญ่มักผิดเสมอ การที่คนส่วนใหญ่กลัวมันอาจจะเป็นเวลาที่ดีที่สุดเวลาหนึ่งในการค้นหาหุ้นดี มีอนาคต พื้นฐานแน่น และมีปันผลสม่ำเสมอ แล้วเริ่มทยอยซื้อเข้า Port แล้วถือให้นานที่สุด
ลองดูครับ ปีใหม่ก็ลองคิดและมองใหม่ๆ คุณทำอะไรปีนี้ ก็จะกำหนดอนาคตในอีกหลายๆ ปีข้างหน้า ...จัดไปครับ!!







