posttoday
'กรณื' นำทัพฉีดเงินไทยเข้มแข็ง กระตุ้นเศรษฐกิจ

'กรณื' นำทัพฉีดเงินไทยเข้มแข็ง กระตุ้นเศรษฐกิจ

09 พฤษภาคม 2553

8...ทีมข่าวการเงิน

ไม่ว่าเศรษฐกิจจะบอบช้ำจากปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง รัฐบาลไม่สามารถที่จะคุมเกมได้ แต่ภาระหน้าที่ของรัฐบาลยังต้องเดินหน้าต่อจะประคับประคองไม่ให้เศรษฐกิจทรุดหนักไปกว่านี้

ล่าสุดรัฐบาลมอบอำนาจเต็มที่ให้ นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เป็นประธานในการพิจารณากลั่นกรองงบประมาณโครงการไทยเข้มแข็ง แทนที่ปลัดกระทรวงการคลัง หลังจากมีการเบิกจ่ายงบประมาณล่าช้าได้แค่ 20% เท่านั้น

ทั้งนี้ รมว.คลัง จะมีอำนาจอนุมัติโครงการใช้เงินได้เลย และรายงานให้ ครม. รับทราบเท่านั้น ต่างจากเดิมที่ต้องให้ ครม.อนุมัติใช้เงินในแต่ละโครงการ การปรับเปลี่ยนดังกล่าวก็เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นมากขึ้น เนื่องจากเป็นการพิจารณาโครงการในส่วนสุดท้ายของวงเงิน และคาดว่าเมื่อถึงสิ้นปีงบประมาณนี้น่าจะสามารถเริ่มเบิกจ่ายได้ทุกโครงการ

ในขณะเดียวกัน ด้านการจัดหารายได้ต้องเร่งดำเนินการเหมือนกัน นพ.พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รมช.คลัง สั่งกรมสรรพสามิตรีดภาษีบาปเพิ่มอีก 7.5 หมื่นล้านบาท ขยับเป้ารายได้สรรพสามิตเป็น 3.66 แสนล้านบาท เพื่อเป็นการช่วยลดภาระการกู้ยืมเงินของรัฐบาลในปี 2553 และเป็นส่วนช่วยในการเพิ่มงบประมาณสำหรับปีงบประมาณ 2554 เพื่อนำเงินมาสนับสนุนโครงการลงทุนด้านต่างๆ ของรัฐบาลประเทศ

ถูกนปช.กดดันให้ยุบสภาทุกๆวัน ถ้ายุบสภาฯแล้วจะมีอะไรดีขึ้น ? อย่างน้อยภาคเอกชนเกรงว่าจะทำให้เศรษฐกิจสะดุดหัวขม่ำ แม้ว่ามีกระแสข่าวว่ารัฐบาลจะยุบสภาในเดือนก.ย. ดังนั้นนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ออกมาบอกว่า ภารกิจสำคัญของกระทรวงการคลังจากนี้คือ การเร่งพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2554 ให้แล้วเสร็จภายในกลางเดือน ก.ย. โดยจะเปิดประชุมสภาเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ในวันที่ 24 พ.ค. แต่หากไม่มีงบประมาณปี 2554 ตามกฎหมายต้องใช้งบประมาณปีก่อนหน้า แต่ในปี 2553 เป็นปีที่มีงบน้อย เพราะเป็นการพิจารณางบประมาณช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ ดังนั้นสิ่งสำคัญจึงต้องผ่านขั้นตอนงบประมาณในปีต่อไปก่อน

มีข่าวดีมาบอก สำหรับคนมีตังค์ กระทรวงการคลังเปิดขายพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็งในปีงบประมาณ 2553 รุ่นอายุ 6 ปี วงเงิน 1 แสนล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 4% เปิดขายวันที่ระหว่างวันที่ 1721 พ.ค.นี้ โดยรัฐบาลจะนำเงินที่ได้ไปลงทุนในโครงการไทยเข้มแข็งเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตต่อเนื่อง

อีกข่าวหนึ่ง เก็บตกมาจากงาน "มันนี่เอ็กโป 2010 " 69 พ.ค.ที่ผ่าน แบงก์เทกระจาดทุบดอกเบี้ยสินเชื่อ0%แม้ว่าบรรยายกาศปีนี้จะเงยบเหงากว่าปีก่อนแต่ได้รับการตอบรับจากผู้ต้องการกู้เงินหรือเงินฝากที่ได้รับสิทธิประโยชน์พิเศษ พอสมควร

โดยเฉพาะไฮไลต์คือสินเชื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งภายในงานธนาคารพาณิชย์ต่างนำแคมเปญดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือนมาประชันกันสุดฤทธิ์ ธนาคารกรุงไทย ทุบดอกเบี้ยที่อยู่อาศัย 6 เดือนแรก 0% จากนั้นเดือนที่ 712 คิดดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (เอ็มแอลอาร์) ลบ 3.35% ส่วน

ธนาคารทิสโก้ และธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) คิดดอกเบี้ยที่อยู่อาศัย 3 เดือนแรก 0% ไม่คิคประเมินหลักทรัพย์ ด้านธนาคารนครหลวงไทย คิดดอกเบี้ยที่อยู่อาศัยคงที่ 2 ปีแรก เริ่มต้น 0.81% ให้วงเงินกู้สูงสุด 95% ของราคาประเมิน

ฟากสนาม "สินเชื่อบุคคล" ก็แข่งดุไม่เบาธนาคารกสิกรไทย ชูผลิตภัณฑ์เงินสดทันใจกสิกรไทย ดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 3 ปี และอนุมัติทันทีภายในงาน ธนาคารกรุงศรีอยุธยา นำสินเชื่อบุคคลกรุงศรี สไมล์ แคช คิดดอกเบี้ย 0% 2 เดือนแรก ยกเว้นค่าธรรมเนียมจัดการเงินกู้ ธนาคารไทยพาณิชย์ นำสินเชื่อหมุนเวียนสปีดีแคช ดอกเบี้ย 0% 2 รอบบัญชีแรกมาทุบตลาด

ด้านเงินฝาก ธนาคารกสิกรไทย นำเงินฝากประจำดอกเบี้ยสูงพุ่งพรวด ให้ดอกเบี้ยทุก 3 เดือน สูงสุด 4.75% ต่อปี และเงินฝากประจำคู่ประกันเพื่อการศึกษาบุตร555 ให้ดอกเบี้ยสูงพิเศษถึง 5% มาร่วมกระตุ้นการออม ส่วนธนาคารเกียรตินาคิน นำเงินฝากประจำคู่ประกันชีวิต 135 วัน ดอกเบี้ย 6% และเงินฝากประจำ 36 เดือน ดอกเบี้ย 3% และเงินฝากประจำ 6 เดือน ดอกเบี้ย 1.5% มาร่วม

แม้ว่าวิกฤตหนี้กรีซจะกระทบเศรษฐกิจทั่วโลก แต่ นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ผลกระทบจากปัญหาการเงินของประเทศกรีซต่อเศรษฐกิจโลก ในขณะนี้ยังไม่เห็นผลกระทบอย่างชัดเจน จึงต้องติดตามดูอย่างใกล้ชิดว่าจะลุกลามถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนหรือไม่ โดยต้องติดตามดูมาตรการการแก้ไขปัญหาดังกล่าวของกรีซ ว่าจะมีแผนดำเนินการอย่างไรบ้าง

ขณะที่ผลกระทบต่อไทยนั้นยังไม่เห็นชัดเจนมากนัก แต่เชื่อว่าปัญหาดังกล่าวจะไม่มีผลกระทบทางตรงต่อสถาบันการเงินไทย เนื่องจากสถาบันการเงินไทยไม่ได้ไปลงทุนในประเทศเหล่านี้มาก จึงไม่มีผลกระทบอะไร ส่วนผลกระทบต่อภาคส่งออกหรือไม่ เป็นเรื่องที่จะต้องตามดูต่อไป ส่วนเงินทุนไหลออกยังมีเงินไหลออกบ้าง เช่น เงินทุนออกจากตลาดหุ้น แต่เงินยังอยู่ในประเทศโดยหันไปลงทุนในตลาดอื่นแทน

ในขณะเดียวกันผู้ว่าการ ธปท. มองแผนสร้างความปรองดองในชาติ (โรดแมป) ของนายกรัฐมนตรีเป็นสัญญาณที่ดี และ ธปท.อาจมีการปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจปีนี้ขึ้นหลังจากปัญหาการเมืองคลี่คลายลง

ด้านทิศทางดอกเบี้ยในประเทศจะเป็นอย่างไร นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานสมาคมธนาคารไทยคนใหม่ และกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย มั่นใจว่าในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เดือน มิ.ย.นี้ คาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อาจมีการปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ก่อนทยอยขึ้นรวม 3 ครั้งในปีนี้ไม่เกิน 0.75% ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นอาจจะเห็นการทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์รวม 0.5%

ปิดท้ายด้วยตลาดหุ้น ตลอดสัปดาห์ตลาดหุ้นไทยเผชิญปัจจัยลบภายในความวุ่นวายทางการเมือง และปัจจัยภายนอกกรณีวิกฤตการเงินของกรีซ ได้กดดันให้ตลาดหุ้นปรับตัวลดลงโดยตลอด นักวิเคราะห์ต่างให้น้ำหนักกับกรณีของกรีซมากกว่าการเมือง เพราะเป็นสาเหตุหลักทำให้นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยออกมาอย่างหนักเพียงสัปดาห์เดียวประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้มาปิดตลาดที่ระดับ 768.55 จุด ลดลง 16.70 จุด หรือ 2.13% มูลค่าการซื้อขาย 31,023 ล้านบาท จากความกังวลถึงวิกฤตการเงินโลกจะกลับมาอีกระลอก ทำให้นักลงทุนขายเงินลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง เช่นหุ้น น้ำมัน และและทำให้นักลงทุนหันมาลงทุนทองคำ ส่งผลให้ราคาทองคำแท่งอยู่ที่ระดับ 1.83 หมื่นบาท และมีแนวโน้มจะทะลุ 2 หมื่นบาท โดยราคาทองคำโลกขณะนี้เคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง 1,193–1,214 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ เคยขึ้นไประดับสูงสุดที่ 1,226 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค