posttoday
ทุนสิงคโปร์ลุยราเม็งในไทย

ทุนสิงคโปร์ลุยราเม็งในไทย

18 มกราคม 2557

ชูรสชาติต้นตำรับมุ่งเจาะลูกค้าญี่ปุ่นไทย มุ่งเป้าดันไทยขึ้นฮับอาเซียนรับเออีซี

ชูรสชาติต้นตำรับมุ่งเจาะลูกค้าญี่ปุ่น-ไทย มุ่งเป้าดันไทยขึ้นฮับอาเซียนรับเออีซี

โคมาร์ส กรุ๊ป ลุยร้านราเม็งเมืองไทย หวังปั้นเป็นศูนย์กลางบุกต่ออาเซียน

นายโคคิ มัตสึดะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โคมาร์ส กรุ๊ป ผู้นำด้านการบริหารจัดการร้านอาหารญี่ปุ่น ราเม็ง คิง ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในประเทศสิงคโปร์ เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดร้าน ราเม็ง คิง ที่โครงการเอสแควร์ สุขุมวิท 26 เป็นสาขาแรกในประเทศไทย ด้วยงบลงทุน 20 ล้านบาท โดยตั้งเป้ากลุ่มลูกค้าชาวญี่ปุ่น 50% และคนไทย 50%

สำหรับการตัดสินใจเปิดสาขาในประเทศไทย เนื่องจากพบว่าตลาดราเม็งในไทยมีโอกาสประสบความสำเร็จสูง เพราะปัจจุบันคนญี่ปุ่นมาตั้งรกรากในเมืองไทยมากขึ้น และมีความต้องการกินราเม็ง สูตรญี่ปุ่นแท้ๆ รวมทั้งผู้บริโภคคนไทยก็นิยมกินอาหารญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นในเมืองไทยมีมูลค่าสูงถึง 1.7 หมื่นล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมั่นใจในจุดเด่นที่ทำให้ประสบความสำเร็จในตลาดสิงคโปร์มาแล้ว นั่นคือ นำร้านราเม็ง 5 ร้านมารวมไว้ในที่เดียวกัน มีเชฟแชมป์จากญี่ปุ่นมาบริการ และรสชาติของราเม็งที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ส่งผลให้ปัจจุบันกลุ่มโคมาร์ส กรุ๊ป มีรายได้ปี 2556 รวม 944 ล้านบาท จากร้านราเม็งในชื่อ ราเม็ง แชมเปี้ยนส์ ที่สิงคโปร์ 3 สาขา และฮ่องกง 2 สาขา

ขณะที่การทำตลาดในเมืองไทยนั้น บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2557 ที่ 72 ล้านบาท พร้อมวางเป้าหมายเป็นแบรนด์ราเม็งอันดับ 1 ในใจผู้บริโภคคนไทย โดยจะใช้งบ 3% ของงบลงทุน ทำการตลาดผ่านทางโซเชียลมีเดีย เช่น เฟซบุ๊ก และการลงโฆษณาในสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ เพื่อให้ร้าน ราเม็ง คิง สามารถเข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น

“บริษัทจะชูกลยุทธ์ร้านราเม็งสไตล์ญี่ปุ่นแท้ ราคาเริ่มต้น 180 บาท โดยจะมีการจัดการแข่งขันกันภายใน 5 ร้าน ทุก 6 เดือน หากร้านไหนไม่ผ่านการประเมินก็จะมีการเปลี่ยนนำร้านใหม่เข้ามาแทน ซึ่งในอนาคตบริษัทปรับขนาดปริมาณอาหารและราคาให้ลดลง เพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย” นายมัตสึดะ กล่าว

ขณะเดียวกัน บริษัทยังมีแผนลงทุนเพิ่มอีก 20 ล้านบาท เพื่อขยายสาขาที่ 2 ในช่วงปลายปี 2557 ซึ่งอาจจะเป็นห้างสรรพสินค้า หรือตามหัวเมืองใหญ่ เช่น จ.เชียงใหม่ รวมทั้งมีโอกาสเปิดสาขาที่ 3 ต่อไปในปี 2558 โดยตั้งเป้าหมายอย่างน้อยเปิดปีละ 1 สาขา

พร้อมกันนี้ หากพบว่าได้รับการตอบรับที่ดีในตลาดเมืองไทย บริษัทได้เตรียมมอบหมายให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางตลาดราเม็งในภูมิภาคอาเซียน ก่อนที่จะขยายตลาดไปยังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอย่างเวียดนามและอินโดนีเซียต่อไป เนื่องจากมองว่าไทยเป็นศูนย์ของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) หากประสบความสำเร็จในเมืองไทยก็จะผลักดันให้สำเร็จในเออีซีด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค