posttoday
ตลาดมือถือกลางวงม็อบไม่รุนแรงยอดขายไม่สะเทือน

ตลาดมือถือกลางวงม็อบไม่รุนแรงยอดขายไม่สะเทือน

16 มกราคม 2557

พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์/ภัทร์ สุริยะโชติ

พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์/ภัทร์ สุริยะโชติ

มวลมหาประชาชนที่ชุมนุมมายาวนานจนถึงขั้น Shut Down กรุงเทพฯ ไปแล้ว แม้จะทำให้การจราจรและการทำงานของหน่วยงานราชการหลายๆ แห่งไม่สามารถเป็นไปได้ตามปกติ และยังกระทบต่อหลายภาคธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่สำหรับธุรกิจโทรศัพท์มือถือกลับได้รับผลกระทบน้อย ในทางตรงกันข้ามกลับทำยอดขายจากผู้ที่มาร่วมชุมนุมได้อีกด้วย

ไพโรจน์ ถาวรสภานันท์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ที.จี.เซลลูล่าร์ เวิลด์ ตัวแทนจำหน่ายโทรศัพท์มือถือภายใต้แบรนด์ ทีจี โฟน เปิดเผยว่า รายได้จากยอดขายปี 2556 ตั้งเป้าว่าจะขึ้นถึง 1 หมื่นล้านบาท แต่ทำได้เพียง 9,500 ล้านบาท พลาดจากเป้าไปเล็กน้อย เนื่องจากยอดขายในสาขาที่ใกล้กับแหล่งที่มีการชุมนุมลดลงไปประมาณ 10% แต่ส่วนหนึ่งก็มีลูกค้าที่เป็นผู้มาร่วมชุมนุมเข้ามาใช้บริการแทน ดังนั้นต้องถือว่าโดยภาพรวมไม่ได้แย่อะไร มีผลกระทบเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ขณะที่ยอดขายของร้านค้าโซนรอบนอก รวมถึงต่างจังหวัดยังทำได้เป็นปกติ

อย่างไรก็ตาม เพื่อความไม่ประมาท ทางที.จี.ได้เตรียมแผนสำรองกรณีเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้น โดยการเพิ่มสต๊อกสินค้าไว้ 2 เท่า และเปลี่ยนจุดรับส่งสินค้าในบริเวณรอบเมือง ถือว่าอาศัยประสบการณ์จากช่วงน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 จึงทำให้การกระจายรับส่งสินค้ายังทำได้ดี

“ถ้าสถานการณ์ชุมนุมทางการเมืองไม่ยาวมากนัก หรือไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น ยอดขายมือถือก็ยังทำได้ตามปกติ และน่าจะกลับมาคึกคักถ้าเหตุการณ์กลับสู่ภาวะปกติ เนื่องจากปัจจัยการเปลี่ยนเครื่องมือถือใหม่รับบริการ 3จี ยังมีโอกาสอีกมาก และผู้บริโภคยังมีกำลังซื้อดีอยู่ หากบรรยากาศการซื้อขายดี รับรองว่าตลาดจะหวือหวาแน่นอน” ไพโรจน์ กล่าว

ขณะที่ อดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ มาร์ท กล่าวว่า เป็นเรื่องน่าแปลกที่ยอดขายของเจมาร์ทไม่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง ทุกสาขายังเปิดตามปกติ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะไม่มีเหตุการณ์รุนแรง ในทางกลับกันยอดขายในบริเวณที่ชุมนุมทำได้ดีมากกว่าเดิม โดยเฉพาะสาขาเซ็นทรัลเวิลด์ โดยมีลูกค้ากลุ่มผู้มาร่วมชุมนุม เป็นส่วนเพิ่มที่เข้ามาใช้บริการมากขึ้น

“เจมาร์ทเป็นแบรนด์ที่คนพื้นที่ทุกจังหวัดรู้จักดี พอเห็นร้านก็สามารถเข้ามาดูได้ และการมีสินค้าทุกแบรนด์ ตั้งแต่ไฮเอนด์ เช่น แอปเปิล ไปจนถึงระดับล่างราคาประมาณ 3,000 บาท ทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่าย ถ้าเครื่องมีปัญหาก็สามารถส่งซ่อมได้ง่ายด้วย จึงทำให้ผู้บริโภคหรือผู้มาชุมนุมที่มาจากต่างจังหวัดพร้อมจะเข้ามาใช้บริการ” อดิศักดิ์ กล่าว

ทั้งนี้ ตามผลการสำรวจเชื่อว่าตลาดรวมปีนี้จะมียอดขายเครื่องโทรศัพท์มือถือทั้งหมดประมาณ 2025 ล้านเครื่อง และมากกว่า 50% จะเป็นสมาร์ทโฟน ซึ่งผู้ใช้งานมือถือปัจจุบันที่ใช้สมาร์ทโฟนแล้วมีประมาณ 35% เท่านั้น นี่คือดัชนีตัวหนึ่งที่บอกให้รู้ว่าการเปลี่ยนผ่านไปยังสมาร์ทโฟนยังมีโอกาสอีกมาก และปัจจัยเร่งสำคัญอีกประการคือ ผู้ให้บริการมือถือ โดยเฉพาะ เอไอเอส ที่ต้องเร่งโอนย้ายลูกค้าไปยังคลื่นความถี่ 2100 แทนคลื่นความถี่ 900 ที่จะหมดสัญญาสัมปทานในปี 2558

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบในเชิงลบจากการชุมนุมทางการเมืองก็ได้ทำให้ผู้บริโภคกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติส่วนใหญ่หายไป หรือเปลี่ยนไปเที่ยวจังหวัดอื่นๆ แทน และส่งผลกระทบต่อตลาดมือถือค้าปลีกใหญ่อย่างห้างมาบุญครอง โดยบางร้านชิงปิดเพื่อหลีกเลี่ยงหากเกิดเหตุการณ์บานปลาย บางร้านเปิดแต่ยอดขายก็ไม่ได้คึกคักเท่ากับช่วงเวลาปกติ

แหล่งข่าวผู้ประกอบการร้านค้าส่งรายใหญ่ในมาบุญครอง กล่าวว่า เมื่อมีการชุมนุมลูกค้าในมาบุญครองลดลงประมาณ 50% โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ แม้จะมีลูกค้ากลุ่มผู้ชุมนุมมาแทน แต่ก็ไม่ได้มากมายนัก บางร้านค้าจึงปิดเนื่องจากไม่มั่นใจสถานการณ์ ขณะที่บางร้านยังเปิดตามปกติ แต่ยอดขายก็ลดลง ทางที่ดีที่สุดคือต้องเร่งหาข้อสรุปเพื่อกลับสู่สถานการณ์ปกติโดยเร็ว

“การเป็นร้านค้าส่งรายใหญ่ทำให้ยังสามารถระบายเครื่องมือถือออกไปร้านสาขาพันธมิตรในต่างจังหวัดได้อยู่ แม้จะไม่ได้เปิดที่มาบุญครอง แต่ก็ยังทำยอดขายได้ เพราะตลาดต่างจังหวัดใหญ่พอๆ กับกรุงเทพฯ อยู่แล้ว แต่ก็ต้องยอมรับว่ายอดขายลดลงไป” แหล่งข่าว เปิดเผย

เมื่อมองภาพรวมแม้ผลกระทบจะดูน้อยกว่า แต่ทุกเสียงก็สะท้อนออกมาตรงกันว่าถ้ารัฐบาลและแกนนำผู้ชุมนุมยอมเจรจาหาข้อสรุปร่วมกันได้เพื่อนำไปสู่ทางออกที่ลงตัวกับทุกฝ่าย น่าจะส่งผลดีต่อภาคธุรกิจมากกว่าปล่อยให้สถานการณ์ยืดเยื้อยาวนาน

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ