
กันตนา พร้อมรบดิจิตอลปักธงป้อนคอนเทนต์ทุกช่อง
หลังจากที่ได้เห็นหน้าค่าตาผู้ชนะการประมูลทีวีดิจิตอลกันเป็นที่เรียบร้อย บริษัท กันตนา ก็ไม่รอช้าเปิดแผนการเดินหน้าเข้าสู่การเป็นคอนเทนต์โพรไวเดอร์ นำเสนอรายการต่างๆ ให้กับผู้ชนะการประมูลทีวีดิจิตอลในทันที หลังจากก่อนหน้านี้เคยออกตัวมาแล้วว่าจะไม่เข้าร่วมประมูลทีวีดิจิตอล แต่จะเป็นผู้ผลิตคอนเทนต์ป้อนให้กับว่าที่เจ้าของช่องทีวีดิจิตอลรายใหม่
หลังจากที่ได้เห็นหน้าค่าตาผู้ชนะการประมูลทีวีดิจิตอลกันเป็นที่เรียบร้อย บริษัท กันตนา ก็ไม่รอช้าเปิดแผนการเดินหน้าเข้าสู่การเป็นคอนเทนต์โพรไวเดอร์ นำเสนอรายการต่างๆ ให้กับผู้ชนะการประมูลทีวีดิจิตอลในทันที หลังจากก่อนหน้านี้เคยออกตัวมาแล้วว่าจะไม่เข้าร่วมประมูลทีวีดิจิตอล แต่จะเป็นผู้ผลิตคอนเทนต์ป้อนให้กับว่าที่เจ้าของช่องทีวีดิจิตอลรายใหม่
จากความชำนาญด้านการผลิตรายการโทรทัศน์รูปแบบต่างๆ ที่สะสมมากว่า 30 ปี ส่งผลให้บริษัท กันตนา มีความมั่นใจในการก้าวเข้าสู่การเป็นคอนเทนต์โพรไวเดอร์อย่างเต็มขั้นของประเทศไทย เพราะนอกจากจะป้อนคอนเทนต์ให้กับทีวีช่องต่างๆ ในประเทศไทยแล้ว บริษัท กันตนา ยังมีแผนที่จะป้อนคอนเทนต์ให้กับทีวีช่องต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียนอีกด้วย
จาฤก กัลย์จาฤก ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กันตนา กรุ๊ป กล่าวว่า บริษัทมีความชัดเจนตั้งแต่แรกแล้วว่าจะไม่เข้าร่วมประมูลทีวีดิจิตอล เพราะบริษัทได้วางตัวเองไว้แล้วว่าจะเป็นคอนเทนต์โพรไวเดอร์ เพื่อเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) ของการผลิตรายการทีวี โดยขณะนี้บริษัทได้เตรียมความพร้อมไว้แล้วหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นบุคลากร เทคโนโลยี หรือสตูดิโอ รวมไปถึงการเจรจาซื้อคอนเทนต์ดังจากต่างประเทศ
สำหรับงบประมาณการลงทุนในด้านคอนเทนต์และเทคโนโลยีต่างๆ ในปีนี้วางไว้ที่ประมาณ 500600 ล้านบาท และจะเพิ่มขึ้นอีกปีละประมาณ 30% ต่อเนื่องไปอีก 45 ปีข้างหน้า เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวบริษัทได้วางเป้าหมายจากธุรกิจทีวีไว้ที่ประมาณ 3,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ซึ่งมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 1,200 ล้านบาท ขณะที่ภาพรวมรายได้สิ้นปี 2557 นี้ คาดว่าจะปิดตัวเลขได้ที่ 1,700 ล้านบาท
เบื้องต้นของการลงทุนในปีนี้ จาฤก กล่าวว่า ได้ใช้งบประมาณไปแล้วประมาณ 100200 ล้านบาท ในการซื้อคอนเทนต์ดังจากต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้ได้คอนเทนต์ดังมาอยู่ในมือแล้วประมาณ 40 รายการ หนึ่งในจำนวนนั้น ได้แก่ เดอะเฟซ, ด้อนท์ลูสเดอะมันนี่, เดอะเทสต์, สไลด์โชว์ และไทยแลนด์ไอดอล
ในส่วนของช่องทางการออกอากาศ ขณะนี้บริษัท กันตนา ได้เริ่มเจรจากับผู้ประกอบการที่ชนะการประมูลทีวีดิจิตอลบ้างแล้วประมาณ 6 รายจากทั้งหมด 12 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการที่เคยทำงานร่วมกัน เช่น ช่อง 3 ช่อง 5 ช่อง 7 และช่อง 9 ส่วนผู้เล่นรายใหม่อย่างช่องไทยรัฐทีวี ขณะนี้ได้ทำการเจรจาแล้วเช่นกัน เบื้องต้นมีความเป็นไปได้สูงในการเข้าร่วมงานกับช่องไทยรัฐทีวี
จาฤก กล่าวอีกว่า ในจำนวน 24 ช่อง ที่แบ่งออกเป็น 4 หมวดหมู่ บริษัทให้ความสนใจทุกช่อง เนื่องจากในปัจจุบันบริษัทมีคอนเทนต์ที่หลากหลายทำให้สามารถป้อนให้ได้กับทุกช่อง
นอกจากจะผลิตคอนเทนต์นำมาป้อนให้กับช่องทางใหม่อย่างทีวีดิจิตอลแล้ว ในส่วนของช่องทางเก่าๆ อย่างฟรีทีวีอะนาล็อก ทีวีดาวเทียม และช่องทีวีในต่างประเทศก็เป็นอีกจุดมุ่งหมายที่บริษัท กันตนา จะเดินหน้าไปพร้อมๆ กับการขยายช่องทางทีวีดิจิตอล โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศ ซึ่งปีนี้มีแผนที่จะนำคอนเทนต์คุณภาพไปจำหน่ายในกลุ่มประเทศของภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น
ปัจจุบันบริษัท กันตนา มีธุรกิจทีวีและจำหน่ายคอนเทนต์ในกลุ่มประเทศอาเซียนแล้วจำนวน 2 ประเทศ คือ กัมพูชาและเวียดนาม โดยปีนี้มีแผนที่จะขยายตลาดเพิ่มไปยังประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย พม่า และสิงคโปร์
แม้ว่าบริษัท กันตนา จะออกมาประกาศแผนซื้อคอนเทนต์จากต่างประเทศมากขึ้น แต่ในส่วนของการรับผลิตรายการตามความต้องการของสถานียังคงดำเนินงานตามปกติ เนื่องจากธุรกิจในส่วนนี้คาดว่าจะมีการเติบโตเพิ่มขึ้นตามความต้องการของตลาด และเพื่อรองรับการเติบโตดังกล่าวบริษัท กันตนา ได้เตรียมความพร้อมด้านบุคลากรและเครื่องมือไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
จากการแข่งขันของฟรีทีวีที่จะมีจำนวนช่องมากขึ้นจาก 6 ช่องเป็น 24 ช่อง ส่งผลให้ จาฤก คาดการณ์ว่าธุรกิจฟรีทีวีนับจากนี้จะมีการแข่งขันที่รุนแรง เนื่องจากเม็ดเงินในอุตสาหกรรมโฆษณายังคงเท่าเดิม แต่ผู้เล่นมากขึ้น และมีช่องทางเพิ่มขึ้น ใครจะชิงเค้กเม็ดเงินโฆษณาผ่านช่องทางทีวีที่มีมูลค่าประมาณ 7 หมื่นล้านบาทได้ ต้องมีกลยุทธ์และคอนเทนต์ที่แข็งพอสมควร
ส่วนใครจะชิงเค้กได้เท่าไหร่คงต้องวัดกันที่ฝีมือ เพราะช่วงเวลานี้ผู้ประกอบการสินค้ายังคงชะลอการใช้งบผ่านสื่อโฆษณา เนื่องจากยังไม่มั่นใจในสถานการณ์ทางการเมือง จากแนวโน้มที่เกิดขึ้นดังกล่าวสัญญาณที่เห็นชัดเจนในขณะนี้คือคงต้องเหนื่อยกันทุกธุรกิจ







