
อรรถชัยดื้อลุยเปิดเสรีท่องเที่ยว
โพสต์ทูเดย์
— กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เดินหน้าเปิดเสรีท่องเที่ยวก่อน ก.ย.นี้ ด้านเอกชนอัดไร้แผนประชาสัมพันธ์นายอรรถชัย บุรกรรมโกวิท ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมการเปิดเสรีการค้าบริการด้านการท่องเที่ยว โอกาสและประโยชน์ของธุรกิจท่องเที่ยวไทยภายใต้การเปิดเสรีการค้าบริการอาเซียน ว่า มีแนวคิดจะลงนามข้อตกลงการเปิดเสรีการค้าบริการด้านการท่องเที่ยว (อาฟตา) ร่วมกับกลุ่มประเทศภายในปีนี้ เนื่องจากล่าช้ามากว่า 1 ปีแล้ว
ทั้งนี้ เห็นว่าการลงนามดังกล่าวสามารถทำควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยวไปแบบคู่ขนาน ไม่จำเป็นต้องรอให้มีความพร้อมเหมือนกับแนวคิดของผู้บริหารเดิมที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ในฐานะประเทศไทยเป็นประธานกลุ่มดังกล่าว แต่กลับไม่สามารถลงนามได้ ในขณะที่ประเทศอื่นอย่างลาว กัมพูชา สามารถดำเนินการได้ แม้ว่าประเทศไทยยังไม่มีความพร้อมทุกด้าน แต่การเปิดเสรีการค้าจะเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการในปี 2558
“
ผมอยากเซ็นให้แล้วเสร็จก่อนผมเกษียณอายุราชการในปลายเดือน ก.ย.นี้ และไม่เข้าใจการเซ็นปีนี้หรือปีที่แล้วแตกต่างกันตรงไหน เพราะยังไงก็ต้องทำแผนการพัฒนาโดยมองว่าสามารถทำควบคู่ได้ เพราะข้อมูลต่างๆต้องนำเข้าที่ประชุมครม.ผ่านความเห็นชอบ ก่อนนำเข้าที่ประชุมสภาในลำดับต่อไป” นายอรรถชัย กล่าวอย่างไรก็ตาม ได้มอบหมายให้นางธนิฏฐา มณีโชติ รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวฯ เป็นผู้รวบรวมข้อมูลดังกล่าว โดยเฉพาะการจัดทำหลักสูตรพัฒนาบุคลากร ที่ผู้บริหารคนเดิมได้รับว่าจะเป็นผู้นำเดินการเอง ทั้งๆที่การจัดทำหลักสูตรดังกล่าว ทางประเทศอินโดนีเชียต้องเป็นผู้รับผิดชอบในส่วนดังกล่าว
นายอรรถชัย กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เตรียมหารือร่วมกับกรมการอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อพิจารณารายละเอียด และเสนอให้ประเทศอินโดนีเซียเป็นผู้จัดทำหลักสูตรอบรมบุคลากรแทนไทย
เพราะกระทรวงการท่องเที่ยวฯไม่สามารถจัดทำแผนได้ทุกเรื่องสำหรับแนวทางการฟื้นฟูการท่องเที่ยว ในสัปดาห์หน้าเตรียมเรียกผู้บริหารของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมหารือปรับแผนการตลาดกระตุ้นท่องเที่ยวทันทีที่เหตุการณ์การชุมนุมยุติ โดยแผนการตลาดจะเน้นการลด แลก แจก แถม สินค้าทางการท่องเที่ยว เพราะเชื่อว่ากลยุทธ์ดังกล่าวหลายแห่งนิยมทำกัน เพื่อกระตุ้นให้คนไทยและต่างชาติเดินทางท่องเที่ยว ซึ่งปีนี้ผลกระทบที่ได้รับคาดว่าจะทำให้นักท่องเที่ยวเข้าประเทศไทยราว 14 ล้านคน
นางธนิฎฐา กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยว ฯเตรียมจัดเวทีการประชุมสัมมนาใหญ่ ร่วมกับสมาคมด้านการท่องเที่ยว กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อร่วมแสดงความคิดเห็นในการวางกรอบการทำงาน ซึ่งในวันที่ 1012 พ.ค.นี้ จะมีการประชุมกลุ่มอาฟต้า ที่ประเทศเวียดนามอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ทางคณะกรรมการกลุ่มอาเซียน มีความวิตกกังวลเกี่ยวกับปัญหาการของประเทศไทย เกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมอุตสาหกรรมในระดับอาเซียน จึงต้องการให้ประเทศไทยเร่งยุติการชุมนุมที่เกิดขึ้น พร้อมหาทางออกในเรื่องดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม กระทรวงการท่องเที่ยวฯ มีความกังวลกับตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลงอย่างชัดเจน โดย เดือนเม.ย.ตัวเลขนักท่องเที่ยวลดลง 7% ซึ่งปัจจุบันนักท่องเที่ยวเดินทางเฉลี่ย 1.6 หมื่นคน/วัน เทียบกับปกติ 3.6 หมื่นคน/วัน
นายเจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (ทีทีเอเอ) ในฐานะโฆษกสหพันธ์สมาคมท่องเที่ยวไทย (เฟตตา) กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ขาดการประชาสัมพันธ์ที่ดีให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยวได้รับรู้ถึงเรื่องดังกล่าว เช่นเดียวกับการจัดงานประชุมในครั้งนี้ การเตรียมตัวน้อยทำให้การจัดงานไม่สามารถสร้างการรับรู้ในวงกว้าง
ทั้งนี้ การลงนามทั้งๆ ที่ไม่มีความพร้อมจะทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบ เพราะขณะนี้ไม่มีระบบการจัดการการบริหารที่มีประสิทธิภาพมารองรับการเปิดเสรีอาฟตา โดยทุกภาคส่วนต้องมาหารือร่วมกันว่า จุดแข็ง จุดออ่อนของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยมีอะไรบ้าง และกลุ่มไหนต้องจัดลำดับอย่างไร แต่ที่ผ่านมาในส่วนนี้ยังไม่มีการปฏิบัติ ซึ่งมองว่ารูปแบบการบริหารจัดการ การขับเคลื่อนยังไม่ดีพอ ทำให้การประสานความร่วมมือไร้ทิศทาง
“
ข้อเสียของไทย คือการบริหารจัดการ เรื่องของเงินทุน ความรู้ ด้านภาษา แต่ไม่มีการนำมาจัดหมวดหมู่และวางแผนการปัญหาที่มี ทำให้ทุกวันนี้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเสรีทางการค้าด้านการท่องเที่ยว ผู้ประกอบการท่องเที่ยวยังไม่สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลได้อย่างถ่องแท้” นายเจริญ กล่าวกลุ่มงานททท.ฝั่งยุโรป หารือกระตุ้นการท่องเที่ยวไทย พร้อมทำแผนฟื้นตลาดปี 54 เล็งผลเลิศนักท่องเที่ยวที่ยืนยันมาไทย แม้สถานการณ์การเมืองยังวุ่น
นางจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ได้เรียกประชุมผู้อำนวยการ สำนักงาน ททท. ในยุโรปทั้งหมดมาหารือเกี่ยวกับการจัดทำแผนการดำเนินงานปี 2554 พร้อมทั้งขอให้จัดทำแผนระยะสั้นกระตุ้นตลาด การท่องเที่ยวเพื่อฟื้นตลาด กลับมา หลังจากมีการชะลอตัวไป เพราะเหตุการณ์ชุมนุมการเมืองในไทย โดยจะให้เจ้าหน้าที่แต่ละพื้นที่มากขึ้นเจาะตลาดเฉพาะกลุ่มที่ยังมีศักยภาพเดินทางมาไทยแม้ว่าจะมีเหตุการณ์ความวุ่นวายเกิดขึ้นในไทย ทำให้กลุ่มประเทศในยุโรปประกาศเตือนถึงระดับความรุนแรงในการเดินทาง
นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการ ททท. ประจำสำนักงานอังกฤษ ไอร์แลนด์ และแอฟริกาใต้ กล่าวว่า เตรียมเสนอให้ ททท. ช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องการทำประกันสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางมาไทย ทดแทนกรณีที่ประกันภัยในประเทศของตัวเองไม่รับผิดชอบหากมาไทย







