
หุ้นไทยปิดภาคเช้าบวก 17.42 จุด
แรงเก็งกำไรจากนักลงทุน ส่งผลให้หุ้นภาคเช้าทะยานปิดบวก 17.42 จุด ซื้อขายกว่า 1.8 หมื่นล้าน
แรงเก็งกำไรจากนักลงทุน ส่งผลให้หุ้นภาคเช้าทะยานปิดบวก 17.42 จุด ซื้อขายกว่า 1.8 หมื่นล้าน
ตลาดหุ้นไทยวันที่ 16 ม.ค. ทะยานปิดภาคเช้าที่ระดับ 1,294.45 จุด เพิ่มขึ้น 17.42 จุด หรือ +1.36% มูลค่าซื้อขาย 18,931 ล้านบาท
นายประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้จัดการฝ่ายการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเชียพลัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันที่ 16 ม.ค. ดัชนี ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้แรงกว่าที่คาดไว้ เนื่องจากได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการที่นักลงทุนเข้าซื้อเก็งกำไรจากที่คาดการณ์ล่วงหน้าว่า นายกรัฐมนตรีจะพ้นพิจารณาการแจ้งข้อกล่าวหาการไต่สวนโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลกับผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวน 4-5 ราย ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่จะออกมาในช่วงบ่ายวันนี้
อย่างไรก็ดี กรณีดังกล่าวเป็นการตีความที่คลาดเคลื่อนของนักลงทุน เพราะการพิจารณาข้อกล่าวหาในเรื่องนี้ไม่มีชื่อของนายกรัฐมนตรีตั้งแต่แรกในการไต่สวน ประกอบกับ คาดว่าอาจมีแรงซื้อต่อเนื่องเข้ามาจากกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ สะท้อนจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นกระจายตัวในหุ้น กลุ่มมาร์เก็ตแคปขนาดใหญ่ ทั้งกลุ่มสื่อสาร ธนาคารพาณิชย์และพลังงานที่ราคาปรับเพิ่มขึ้น
ขณะที่ แนวโน้มตลาดหุ้นในช่วงบ่ายคาดว่ามีโอกาสที่ดัชนีจะลดช่วงบวกลงจากช่วงเช้า เนื่องจาก ตลาดหุ้นหรือนักลงทุน มีโอกาสรับรู้ข้อเท็จจริงมากขึ้นว่านากยกรัฐมนตรี ยังมีความเสี่ยงที่ป.ป.ช.จะตั้งอนุกรรมการไต่สวนโครงการรับจำนำข้าวกับนายกรัฐมนตรีได้ในอนาคต ซึ่งยังมีขั้นตอนและยังต้องใช้เวลาในการไต่สวน
"ตลาดหุ้นช่วงเช้าเพิ่มได้แรงจนแปลกใจ ประเด็นหลักคงเก็งกำไรว่าวันนี้นายกรรัฐมนตรีไม่โดนพิจารณาการแจ้งข้อกล่าวหาการไต่สวนโครงการรับจำนำข้าวเป็นตีความคลาดเคลื่อน แต่ช่วงบ่ายน่าจะบวกลดลงเพราะนักลงทุนจะเริ่มรับรู้ข้อเท็จจริงมากขึ้น" นายประกิต กล่าว
สำหรับ กลยุทธ์การลงทุนแนะนำเลือกทยอยซื้อสะสมหุ้นรายตัวที่มีอัตราการจ่ายเงินปันผลสูงสัดส่วน 40% ของพอร์ต ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวดัชนีของวันให้แนวรับที่ 1,285-1,280 จุด แนวต้านแรกที่ 1,300 จุด และแนวต้านถัดไปที่ 1,333 จุด
หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่
JAS มูลค่าซื้อขาย 1,501.92 ล้านบาท ปิดที่ 7.35 บาท เพิ่มขึ้น +0.25 บาท (+3.52%)
TRUE มูลค่าซื้อขาย 1,263.95 ล้านบาท ปิดที่ 8.10 บาท เพิ่มขึ้น +0.40 บาท (+5.88%)
AOT มูลค่าซื้อขาย 1,104.41 ล้านบาท ปิดที่ 167.00 บาท เพิ่มขึ้น +1.50 บาท (+0.90%)
ADVANC มูลค่าซื้อขาย 1,022.30 ล้านบาท ปิดที่ 213.00 บาท เพิ่มขึ้น +8.00 บาท (+3.90%)
PTTGC มูลค่าซื้อขาย 884.78 ล้านบาท ปิดที่ 74.75 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง







