posttoday
กูรูฟันธงรอซื้อ1,200

กูรูฟันธงรอซื้อ1,200

15 มกราคม 2557

ต่างชาติเข้ามาช่วงสั้นข่าวลบไทยเยอะ2วันดัชนีพุ่ง3%เงินบาทแข็งต่อ

ต่างชาติเข้ามาช่วงสั้นข่าวลบไทยเยอะ2วันดัชนีพุ่ง3%เงินบาทแข็งต่อ

หุ้นไม่กลัวปิดกรุง 2 วันพุ่ง 40.42 จุด อู้ฟู่ขึ้น 3.3 แสนล้านบาท คาดฝรั่งหวนซื้อหุ้นรอบนี้ 2 หมื่นล้านบาท

ตลาดหุ้นไทยไม่กลัวปิดกรุงจริงๆ ดัชนีตีขึ้นไปสูงสุดแตะ 1,300.65 จุด ก่อนจะปิดที่ 1,295.87 จุด เพิ่มขึ้น 12.31 จุด มูลค่าการซื้อขาย 35,094 ล้านบาท ด้านนักลงทุนต่างชาติกลับมาขายอีกแล้ว 1,528.66 ล้านบาท แต่เข้าซื้อตราสารหนี้ไทยมากถึง 7,028 ล้านบาท ส่งผลให้เงินบาทแข็งต่อ ปิดที่ 32.73/74 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

ทั้งนี้ ในช่วง 2 วัน ดัชนีหุ้นเพิ่มขึ้นรวม 40.42 จุด หรือ 3.21% ทำให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมเพิ่มขึ้น 3.6 แสนล้านบาท มาอยู่ที่ 11.49 ล้านล้านบาท

นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ซีแอลเอสเอ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า นักลงทุนต่างชาติที่กลับเข้ามาซื้อหุ้นไทยในช่วงนี้ เป็นการทยอยกลับของกองทุนระยะยาวบางกองเท่านั้น ที่เริ่มรับความเสี่ยงทางการเมืองได้ และมองภาพการลงทุนระยะยาว 13 ปี

“ในช่วงนี้แนะนำให้ชะลอการลงทุน เพื่อรอซื้อในวันที่ปัญหาการเมืองยุติ รวมถึงกรณีที่มีความรุนแรง ทำให้ดัชนีมีโอกาสรูดลงไปที่ 1,250-1,200 จุด โดยคงเป้าหมายในปีนี้อยู่ที่ 1,4801,500 จุด”

สำหรับนักลงทุนที่เริ่มรับความเสี่ยงได้ ให้ทยอยเลือกซื้อหุ้นที่ได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจโลกฟื้น ได้แก่ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) บริษัท จีเอฟพีที (GFPT) บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ (TUF) และบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC)

สำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนระยะยาว 1 ปี ให้เลือกซื้อหุ้นได้ประโยชน์เปิดเออีซี กำลังซื้อในต่างจังหวัดเพิ่มขึ้น คือ ธนาคารกรุงไทย (KTB) ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น (INTUCH) และบริษัท กรุงเทพประกันชีวิต (BLA)

นายสุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการสายงานวิจัย บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า แรงซื้อของต่างชาติที่กลับเข้ามาเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย (กลุ่ม TIP) เป็นภาวะการโยกเงินลงทุนชั่วคราว เพราะตลาดหุ้นใหญ่ปรับฐานขณะที่ดัชนีหุ้นไทยรูดลงใกล้ 1,200 จุด

อย่างไรก็ดี ปัญหาการเมืองยังกดดันตลาด คาดว่าในช่วงไตรมาสแรกนี้มีความเสี่ยงที่ดัชนีลงไปอยู่ที่ 1,206-1,207 จุด กลยุทธ์การลงทุนแนะนำให้เลือกซื้อกลุ่มปิโตรเคมี อาหาร และอิเล็กทรอนิกส์

นายอดิศักดิ์ ผู้พิพัฒน์หิรัญกุล นักกลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ธนชาต กล่าวว่า ต่างชาติโยกเงินลงทุนในระยะสั้นกลับมาในตลาดหุ้นไทย คาดว่าในระยะสั้นดัชนีมีความเสี่ยงปรับลงไปที่ระดับ 1,200 จุดได้

นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า ต่างชาติน่าจะซื้อหุ้นไทยเป็นการชั่วคราว ตอนนี้มองแนวรับไว้ที่ 1,200 จุด และกรอบแนวต้านที่ 1,300-1,320 จุด โดยยังมีจังหวะที่พอให้เล่นระยะสั้นได้สลับกลุ่มสื่อสาร หรือกลุ่มธนาคารพาณิชย์

บทวิเคราะห์ บล.โนมูระพัฒนสิน (CNS) ระบุว่า คาดว่าจะมีเม็ดเงินไหลเข้ามาประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ภาวะตลาดเช่นนี้แนะนำให้นักลงทุนแบ่งเงินเป็น 2 กอง กองแรก 3040% เริ่มเก็บสะสมหุ้น เน้นกลุ่มที่จะจ่ายปันผลสูง กำไรโต และกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า CPF, DELTA หุ้นที่ลงสวนพื้นฐาน STEC, STPI

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69