
ชาเขียวยุคเพื่อสุขภาพโลว์ชูการ์ดุ-โปรโมชั่นแผ่ว
จากแนวโน้มการดื่มชาพร้อมดื่มของคนเอเชียที่นิยมดื่มรสชาติไม่หวานเพิ่มขึ้น กระทั่งทำให้มีสัดส่วนตลาดถึง 18% ใกล้เคียงกับชาดำมีสัดส่วน 20% เป็นจุดพลิกทำให้สมรภูมิชาเขียวพร้อมดื่ม จากที่แข่งขันโปรโมชั่นเพื่อผลักดันให้ตลาดเติบโต ไปเป็นการสร้างเซ็กเมนต์เพื่อสุขภาพ
จากแนวโน้มการดื่มชาพร้อมดื่มของคนเอเชียที่นิยมดื่มรสชาติไม่หวานเพิ่มขึ้น กระทั่งทำให้มีสัดส่วนตลาดถึง 18% ใกล้เคียงกับชาดำมีสัดส่วน 20% เป็นจุดพลิกทำให้สมรภูมิชาเขียวพร้อมดื่ม จากที่แข่งขันโปรโมชั่นเพื่อผลักดันให้ตลาดเติบโต ไปเป็นการสร้างเซ็กเมนต์เพื่อสุขภาพ
ตัน ภาสกรนที กรรมการผู้จัดการ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชาเขียวพร้อมดื่มอิชิตัน เปิดเผยว่า เทรนด์การดื่มชาพร้อมดื่มที่เกิดขึ้นในเอเชีย ชาเขียวรสหวาน มีสัดส่วนเหลือเพียง 10% ชาเขียวผสมน้ำผึ้งมะนาว 8% ชาดำหวาน 6% และที่เหลือชาเขียวและชาดำรสอื่น 38% ทำให้การทำตลาดชาเขียวพร้อมดื่มในไทย หันมาสร้างสินค้าที่ขายคุณค่ามากกว่าการตอบโจทย์ความอร่อยและสดชื่น
แตกต่างจากเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมานี้ ตลาดชาเขียวพร้อมดื่ม ถูกขับเคลื่อนจากการทำโปรโมชั่นของโออิชิ เพื่อผลักดันให้ตลาดเติบโต กระทั่งทลายภาพลักษณ์เครื่องดื่มสุขภาพ สู่การเป็นเครื่องดื่มเพื่อความสดชื่นแทน และเมื่ออิชิตันลงสู่ตลาด 3 ปีมานี้ จึงเกิดสงครามโปรโมชั่นอย่างรุนแรง
ตัน กล่าวว่า แผนธุรกิจชาเขียวพร้อมดื่มอิชิตัน บริษัทจะสร้างเซ็กเมนต์ชาเขียวเพื่อสุขภาพ เพื่อผลักดันให้ตลาดมีอัตราการเติบโต 20% ต่อเนื่องภายใน 5 ปีนี้ หรือตลาดชาพร้อมดื่มมีมูลค่าแตะ 4 หมื่นล้านบาท ซึ่งจากนี้ไปบริษัทจะลดความถี่ทำโปรโมชั่นจาก 2 เหลือ 1 ครั้งต่อปี
การหันมาสร้างตลาดชาเขียวเพื่อสุขภาพครั้งนี้ เพื่อรองรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป คำนึงประโยชน์ที่แท้จริงของชาเขียวที่มีต่อสุขภาพ จากเดิมติดรสชาติหวาน และอร่อย จึงมีช่องทางสำหรับตลาดเครื่องดื่มมีส่วนผสมของน้ำตาลน้อย หลังจากนี้ชาเขียวจะไม่สามารถเติบโตได้ด้วยรสชาติที่หลากหลายเหมือนในอดีต
ดังนั้น ปีนี้บริษัทเปิดตัวอิชิตัน ซีเล็คเต็ด วางตำแหน่งเป็นสินค้าซีรีส์เพื่อสุขภาพ รสชาติจะมีความหวานน้อย และเป็นเครื่องดื่มปราศจากน้ำตาล มี 78 รสชาติ ใช้งบตลาด 100 ล้านบาท จากงบรวมทั้งปี 800 ล้านบาท ประเดิมเปิดตัวชาอู่หลงและมัทฉะ สูตรหวานน้อยเดือน มี.ค. เพื่อปูทางตลาด จากนั้นไตรมาส 2 จะเปิดตัวปราศจากน้ำตาล ขนาด 450 มล. ราคา 20 บาท ช่วงแรกเน้นป้อนข้อมูลถึงประโยชน์ที่ได้เจาะคนเมืองใส่ใจสุขภาพ และวัยทำงาน
หลายปีที่ผ่านมาชาเพื่อสุขภาพหรือเครื่องดื่มปราศจากน้ำตาล มีสัดส่วนเพียง 1.4% เท่านั้น แต่โต 32% จาก 100 ล้านบาท เพิ่มเป็น 200 ล้านบาท แต่ปีนี้จะมีโออิชิเปิดตัวชาเพื่อสุขภาพ และก่อนหน้านี้ทีพลัส ของซันโทรี่ ลงสู่ตลาดได้ 3 เดือน มีส่วนแบ่ง 2% ดังนั้นเซ็กเมนต์ดังกล่าวจะเพิ่มเป็น 34%จากตลาดรวม ถือเป็นเซ็กเมนต์ใหม่และยังพัฒนาได้หลากหลาย โดยเฉพาะชาพร้อมดื่มผสมวิตามินต่างๆ
"พฤติกรรมการดื่มชารสหวานน้อยที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ไม่ได้เฉพาะแค่คนกรุงเทพเท่านั้นที่หันมาดื่มเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ยังเกิดขึ้นในหัวเมืองต่างจังหวัด หากคู่แข่งร่วมสร้างตลาดจะผลักดันให้สัดส่วนเพิ่มเป็น 710% ในอนาคต" ตัน กล่าว
แนวโน้มการผลิตชาเขียวในตลาดโลกอีก 9 ปี (2555-2564) ข้างหน้า การผลิตเพื่อการบริโภคภายในประเทศเพิ่มจาก 1,044 ล้านตัน เป็น 2,005 ล้านตัน และผลิตเพื่อส่งออกจาก 295 ล้านตัน เป็น 516 ล้านตันส่วนชาดำผลิตเพื่อบริโภคในประเทศ เพิ่มจาก 1,432 ล้านตัน เป็น1,765 ล้านตัน และเพื่อส่งออกจาก 1,295 ล้านตัน เพิ่มเป็น 1,521 ล้านตัน
ทั้งนี้ จีนเป็นประเทศที่มีตลาดชาพร้อมดื่มใหญ่ที่สุดของโลก 14.4 ล้านตัน โต 5.6% ตามด้วยอเมริกา 6.5 ล้านตัน ญี่ปุ่น 6.2 ล้านตัน ส่วนไทย 0.7 ล้านตัน เติบโต 25.5% ส่วนอัตราการดื่มชาพร้อมดื่มของคนทั่วโลก โดยเฉลี่ย 7 ลิตรต่อคนต่อปี โต 3.7% โดยญี่ปุ่นและฮ่องกง เป็นอันดับหนึ่ง ขณะที่ ส่วนไทยมีอัตราการดื่มปี 2555 ราว 8 ลิตรต่อคนต่อปีเพิ่มเป็น 10 ลิตรต่อคนต่อปีเมื่อปีที่ผ่านมา หรือเติบโต 24% โดยตลาดชาพร้อมดื่มในไทยปีนี้คาดว่าจะเติบโต 20% หรือมีมูลค่า 1.98 หมื่นล้านบาท ซึ่งหากผู้ประกอบการไม่ออกสินค้าเพื่อสุขภาพตลาดจะไม่เติบโต จากเมื่อปีที่ผ่านมาตลาดเติบโต 25% มูลค่า 1.65 หมื่นล้านบาท และ เมื่อย้อนไป 4 ปีที่ผ่านมาตลาดเติบโตต่อเนื่อง 20%
ขณะที่เครื่องดื่มเย็นเย็น ปีนี้จะเปิดตัวสินค้าใหม่ หลังจากได้รับการตอบรับที่ดีมียอดขาย 1,500 ล้านบาท และปีนี้ตั้งเป้า 700 ล้านบาท ส่วนดับเบิ้ล ดริ๊งค์ กำลังพิจารณาเอาออกจากตลาด เพราะเป็นสินค้าที่ไม่สร้างรายได้
ตัน กล่าวว่า ปลายเดือน ก.พ.นี้ บริษัทจะเดินหน้าเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ตามแผนที่วางไว้ เพื่อระดมทุน 1,300 ล้านบาท แม้ว่าการเมืองยังวุ่นวาย ส่วนรายได้ปีนี้ 7,000 ล้านบาท เติบโต 20%จากปีที่ผ่านมาราว 6,000 ล้านบาท ขณะที่ส่วนแบ่งตลาดรอบ 11 เดือนระหว่างปี 25552556 อิชิตันมีส่วนแบ่งเพิ่มจาก 25.5% เป็น 42.7% แบ่งเป็น เย็นเย็น 7.7% ส่วนโออิชิ 44.4% เหลือ 37.9% ทีพลัส 2%
อนิรุทธิ์ มหธร รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจเครื่องดื่ม บริษัท โออิชิ กรุ๊ป ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชาเขียวโออิชิ กล่าวว่า ปีนี้การทำโปรโมชั่นชาเขียวพร้อมดื่มโออิชิจะน้อยลง และจะเปิดตัวชาเขียวเซ็กเมนต์เพื่อสุขภาพ เพราะมีศักยภาพในการเติบโต โดยโออิชิยังครองส่วนแบ่ง 44%
เอกพล พงศ์สถาพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทิปโก้ฟูดส์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชาเขียวพร้อมดื่ม ทีพลัส กล่าวว่า การแข่งขันชาเขียวพร้อมดื่มปีนี้ จะหันมาสร้างเซ็กเมนต์ชาเขียวเพื่อสุขภาพ โดยเฉพาะชาอู่หลง ขณะที่การแข่งขันทำโปรโมชั่นเชื่อว่ายังคงมีอยู่จากค่ายโออิชิและอิชิตัน
จากนี้ไปต้องติดตามยี่ห้อไหนจะยึดหัวหาดเซ็กเมนต์เพื่อสุขภาพ ที่จะกลายเป็นหัวหอกดันภาพรวมชาเขียวให้โตต้องจับตาทั้งอิชิตัน โออิชิ เพียวริคุ และน้องใหม่ทีพลัส อย่ากระพริบตากันเลยทีเดียว







