
ทองคำปรับขึ้นท่ามกลางตัวเลขการว่างงานที่แย่ลง
ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรที่ออกมาในคืนวันศุกร์ สร้างความผิดหวังและความตื่นตระหนกให้กับนักลงทุนอย่างมาก ผิดจากที่คาดกว่า 1 แสนตำแหน่ง คือจากเดิม 2.41 แสนตำแหน่ง คาดว่าจะออกมา 1.96 แสนตำแหน่ง ซึ่งคาดว่าจะจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่ตัวเลขเดิมออกมา 7.4 หมื่นตำแหน่ง ในขณะที่อัตราการว่างงานกลับลดลงจากระดับ 7.0% เหลือเพียง 6.7% ซึ่งเรียกได้ว่า ตัวเลข 2 ตัวดังกล่าวมีความขัดแย้งซึ่งกันและกัน
ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรที่ออกมาในคืนวันศุกร์ สร้างความผิดหวังและความตื่นตระหนกให้กับนักลงทุนอย่างมาก ผิดจากที่คาดกว่า 1 แสนตำแหน่ง คือจากเดิม 2.41 แสนตำแหน่ง คาดว่าจะออกมา 1.96 แสนตำแหน่ง ซึ่งคาดว่าจะจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่ตัวเลขเดิมออกมา 7.4 หมื่นตำแหน่ง ในขณะที่อัตราการว่างงานกลับลดลงจากระดับ 7.0% เหลือเพียง 6.7% ซึ่งเรียกได้ว่า ตัวเลข 2 ตัวดังกล่าวมีความขัดแย้งซึ่งกันและกัน
นักวิเคราะห์กล่าวว่า ตัวเลขการจ้างงานที่ออกมาผิดคาด เนื่องจากสภาพอากาศหนาวเย็นที่ผิดปกติในขณะนี้ ทำให้คาดว่าตัวเลขที่ออกมาแย่ลงน่าจะเป็นเพียงในระยะสั้นเท่านั้น หมายความว่า ภาพรวมของเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาตามที่เบอร์แนนคีแถลงมีการพลิกฟื้นในเชิงความแข็งแกร่ง จึงคาดว่าการที่คนว่างงานน่าจะเป็นผลแค่ในระยะสั้นจากสภาวะอากาศอันหนาวเย็นอย่างมาก โดยที่ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญที่จะออกมาในสัปดาห์นี้มีตามตารางด้านล่างนี้
โดยเหตุที่ถ้าตัวเลข Federal Budget Balance ออกมาดีขึ้นตามที่คาด จากเดิม 1.352 แสนล้านเหรียญสหรัฐ คาดว่าจะออกมาดีขึ้นที่ 4.43 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ก็คาดว่าจะทำให้กลับมามีผลในเชิงบวกต่อเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะกดดันราคาทองคำในทิศทางขาลง ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า ในเบื้องต้นของการปรับตัวสูงขึ้นของทองคำในสัปดาห์ที่แล้ว น่าจะเป็นเพียงระยะสั้นเท่านั้น ตามปัจจัยพื้นฐานที่เกิดขึ้น
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ในเชิงเทคนิคนั้น ราคาทองคำในระยะสั้น ได้มีสัญญาณซื้อเข้ามาตลอด และแนวต้านสำคัญถัดไปอยู่ในระดับ 1,2501,260 เหรียญสหรัฐเรียกว่าเป็นช่วงของราคาที่สร้างจุดสูงสุดไว้และไม่สามารถผ่านได้ แนวรับของทองคำจะขยับมาอยู่ที่ระดับ 1,230 เหรียญสหรัฐ ในเบื้องต้นระยะสั้น ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนจึงเป็นการติดตามอย่างใกล้ชิดต่อตัวเลขที่จะออกมาในคืนวันจันทร์ ซึ่งอาจจะเป็นตัวชี้แนะให้เห็นสภาวะการแกว่งตัวอย่างมากของราคาทองคำรวมทั้งค่าเงินดอลลาร์
ตามที่ได้วิเคราะห์ของสัปดาห์ที่แล้วถึงการนับ Wave ใน Elliot Wave เราจะพบได้ว่า Wave ในขณะนี้น่าจะเป็นช่วงของ Collection Wave ยกเว้นแต่ ถ้าราคากลับดีดขึ้นไปยืนอยู่เหนือ 1,260 เหรียญสหรัฐ ได้ อาจจะถือว่าอันนี้เป็น Impulsive Wave ที่ 1 ก็เป็นไปได้ จึงค่อนข้างเป็นการยากที่จะทำนายความชัดเจนของทิศทางราคาอย่างเด็ดขาด ดังนั้นการบริหารเงินลงทุนจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งในขณะนี้ เนื่องจากสภาวะที่ราคามีความผันผวนค่อนข้างมาก รวมไปถึงความผันผวนของค่าเงินบาท ซึ่งยังเป็นปัจจัยจากการเมืองเป็นอย่างมาก







